ไคเมริซึม (Chimerism)

บุคคลที่มีสารพันธุกรรม (DNA) มากกว่าหนึ่งชุด เรียกว่า ไคเมรา (chimera) คนเราสามารถเกิดมาพร้อมไคเมริซึมได้ เมื่อไซโกตหลายตัว (เช่น แฝดที่ไม่เหมือนกัน) รวมตัวกันและพัฒนาเป็นทารกเพียงหนึ่งคน
.
“ไคเมริซึมที่โครโมโซมเพศไม่ตรงกัน” (Sex-chromosome discordant chimerism) หมายถึง กรณีที่ตัวอ่อนอย่างน้อยหนึ่งตัวมีโครโมโซม XX รวมเข้ากับตัวอ่อนอย่างน้อยหนึ่งตัวที่มีโครโมโซม XY บุคคลที่พัฒนาในลักษณะนี้จะมีทั้งชุดโครโมโซม XX และ XY อยู่ด้วยกัน ทำให้มีรูปแบบโครโมโซมเป็น 46XX/46XY และอาจมีคุณลักษณะทางเพศที่หลากหลายแตกต่างกันได้
.
หลายคนที่มีไคเมริซึมและมีโครโมโซม XX/XY จะมีทั้งเนื้อเยื่อรังไข่และเนื้อเยื่ออัณฑะ ขณะที่บางคนอาจมีเพียงอัณฑะหรือเพียงรังไข่ และบางคนอาจมีคุณลักษณะพัฒนาต่างออกไปของต่อมเพศ (gonadal dysgenesis) บางคนมีความแตกต่างของอวัยวะเพศที่เห็นได้ชัด ขณะที่บางคนไม่มีความแตกต่างให้สังเกตได้เลย และไม่ทราบจนกว่าจะได้รับการตรวจโครโมโซม
.
ชนิดของไคเมอราแบบ XX/XY แบ่งเป็น กลุ่มใหญ่ได้ 4 แบบ ได้แก่ (อ่านเพิ่มเชิงอรรถ)

  • Tetragametic chimera เกิดจากการรวมตัวกันของสองไซโกต (zygotes) ต่างกัน
  • Parthenogenetic chimera มีการทำสำเนาตัวเองของจีโนมฝ่ายแม่ (endoreplication) แล้วถูกปฏิสนธิโดยอสุจิสองตัว
  • Androgenetic chimera มีการทำสำเนาของจีโนมฝ่ายพ่อ
  • Sesquizygotic twinning chimera เกิดจากวิธีพิเศษทางชีววิทยาของการแบ่งตัวของตัวอ่อน
  • การแยกแยะว่าเป็นไคเมอราประเภทใดมักต้องใช้การวิเคราะห์จีโนม เช่น SNP array, การวิเคราะห์ลายพันธุกรรม (microsatellite / STR)
    .
    ไคเมรา (Chimera) เป็นหนึ่งในสัตว์เทพที่โดดเด่นและน่าเกรงขามที่สุดใน เทพปกรณัมกรีก
    .
    ไคเมราเป็นสิ่งมีชีวิต ลูกผสม (Hybrid) ที่น่าสะพรึงกลัวและสามารถพ่นไฟได้ โดยปกติแล้วถูกบรรยายว่าประกอบด้วยส่วนต่างๆ ของสัตว์ 3 ชนิด ดังนี้
  • ส่วนหน้า: สิงโต (มีหัวและลำตัวด้านหน้าเป็นสิงโต)
  • ส่วนกลาง: แพะ (มีส่วนลำตัวตรงกลางเป็นแพะ และมักมีหัวแพะโผล่ออกมาจากกลางหลัง)
  • ส่วนท้าย: งู หรือ มังกร (มีหางเป็นงูพิษหรือมังกร)
    .
    นักกวีเอกสมัยโบราณอย่าง โฮเมอร์ (Homer) ได้บรรยายถึงไคเมราในมหากาพย์ อีเลียด (Iliad) ว่าเป็น “สิ่งมีชีวิตอมตะ ส่วนหน้าเป็นสิงโต ส่วนท้ายเป็นงู และตรงกลางเป็นแพะ พ่นเปลวไฟอันน่าสะพรึงกลัวออกมา”
    .
    “A case of a parthenogenetic 46,XX/46,XY chimera presenting ambiguous genitalia” (ตีพิมพ์ใน Journal of Human Genetics, 2020)
    .
    กรณีศึกษาเป็นตัวอย่างหายากของไคเมอรา XX/XY ที่ ไม่ใช่แบบ tetragametic ซึ่งมักเป็นประเภทที่พบโดยทั่วไป แต่เป็น parthenogenetic chimera ที่มีลักษณะเฉพาะของการทำซ้ำจีโนมฝ่ายแม่ก่อนการปฏิสนธิ
    .
    การทำการจัดลำดับจีโนม + วิเคราะห์ STR มีความสำคัญทั้งในด้านการวินิจฉัย, การให้คำปรึกษาทางพันธุกรรม และเพื่อเข้าใจกลไกการเกิดไคเมอราในมนุษย์
    .
  • จากมุมมองการให้คำปรึกษาทางพันธุกรรม โอกาสเกิดซ้ำ (recurrence risk) ในครอบครัวนี้ #น่าจะต่ำ เพราะไม่มีประวัติในครอบครัว
  • อย่างไรก็ตาม มีประเด็นที่ต้องติดตาม
  • อัตราส่วนของเซลล์ XX/XY แตกต่างกันในเนื้อเยื่อแต่ละแห่ง (เช่น เลือด vs เยื่อบุปาก vs เนื้อเยื่ออื่น) ทำให้ประเมินผลของฮอร์โมนเพศ (androgen/estrogen) ต่ออวัยวะต่าง ๆ ได้ยาก
  • ความเสี่ยงของปัญหา เช่น gonadoblastoma (ชนิดเนื้องอกที่อาจเกิดในอัณฑะ) จำเป็นต้องติดตามประเมินอย่างระมัดระวัง

เรื่องของ #อัตลักษณ์ทางเพศ (gender identity) ผู้เขียนแนะนำให้ให้ข้อมูลและคำอธิบายที่เพียงพอแก่เจ้าตัว เพื่อให้ตัดสินใจเลือกเพศของตนเองเมื่อถึงวัยที่เหมาะสม

  • ผู้เขียนคาดหวังว่า วิธีการจีโนไทป์ (SNP + STR) ที่ใช้ในการศึกษานี้อาจกลายเป็นมาตรฐานในการตรวจวินิจฉัยสำหรับผู้ที่สงสัยว่าเป็นไคเมอรา XX/XY
    .

เชิงอรรถ

1 .Tetragametic chimera สิ่งมีชีวิตที่เกิดจาก การรวมตัวของเซลล์จากไข่สองใบและอสุจิสองตัว (รวมเป็น 4 gametes) ซึ่งเดิมควรพัฒนาเป็นฝาแฝดคนละคน แต่กลับรวมกันกลายเป็นตัวอ่อนเพียงคนเดียว
.
คำว่า tetragametic มาจาก
tetra = สี่
gamete = เซลล์สืบพันธุ์ (ไข่และอสุจิ)
กลไกการเกิด

  1. มีไข่ 2 ใบถูกปฏิสนธิโดยอสุจิ 2 ตัว (เกิดเป็นแฝด dizygotic)
  2. ตัวอ่อนทั้งสองเกิดขึ้นแยกกันในระยะแรก
  3. ต่อมา ตัวอ่อนทั้งสอง หลอมรวมกัน (fusion) ก่อนฝังตัวในมดลูก
  4. ร่างกายที่เกิดขึ้นจึงมี สองชุดของ DNA ที่ต่างกัน
    ตัวอย่างเช่น
  • เซลล์บางส่วนมีโครโมโซม 46,XX
  • เซลล์บางส่วนมีโครโมโซม 46,XY
    .
  1. Parthenogenetic chimera ไคเมอราที่เกิดจากการทำซ้ำจีโนมฝ่ายแม่ก่อนการปฏิสนธิ หมายความว่า สิ่งมีชีวิตที่เซลล์บางส่วนมาจาก การทำซ้ำของเซลล์ไข่ (ฝ่ายแม่) โดย #ไม่ผ่านการปฏิสนธิ ในตอนแรก แล้วต่อมาถูก ปฏิสนธิโดยอสุจิ 2 ตัว (หนึ่งให้ X หนึ่งให้ Y) ทำให้เกิดส่วนประกอบของจีโนมจากทั้ง “การคัดลอกของแม่เอง” และ “อสุจิสองตัว” รวมเป็นร่างเดียว
    .
    Parthenogenesis (พาร์ธีโนเจเนซิส) แปลว่า “ #การกำเนิดโดยไม่อาศัยเพศ ” มาจากภาษากรีกว่า parthenos (หญิงพรหมจารี) + genesis (การเกิด)
    .
    กระบวนการเกิด
  2. เซลล์ไข่ใบหนึ่งเริ่มกระบวนการ ทำซ้ำจีโนมของตนเอง (endoduplication) โดยยังไม่ถูกรวมกับอสุจิ
  3. แล้วเกิดการปฏิสนธิขึ้นพร้อมกันจาก อสุจิสองตัว ตัวหนึ่งมีโครโมโซม X และอีกตัวมี Y
  4. ผลลัพธ์คือ ร่างกายที่เกิดขึ้นจะมีส่วนของเซลล์
  • บางส่วนมาจาก จีโนมแม่ที่ถูกทำซ้ำเอง (maternal genome duplication)
  • และบางส่วนมาจาก จีโนมที่มีส่วนของพ่อ (จากอสุจิทั้งสอง)
    .
    เกิดเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีชุดโครโมโซมผสมกัน เช่น 46,XX/46,XY
    .
  1. Androgenetic chimera สิ่งมีชีวิตที่เกิดจาก การรวมกันของเซลล์ที่มีจีโนมจากฝ่ายพ่อ (อสุจิ) เป็นหลักโดยไม่มีหรือมีส่วนของจีโนมฝ่ายแม่เพียงบางส่วนเท่านั้น
    .
  • Andro- (ภาษากรีก: ἀνήρ / aner) หมายถึง “ชาย” หรือ “ฝ่ายพ่อ”
  • Genetic หมายถึง “ทางพันธุกรรม”
    .
    กลไกการเกิด (โดยส่วนใหญ่แต่ไม่ทั้งหมด)
    มีได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่เกิดในระหว่างการปฏิสนธิหรือการแบ่งตัวของตัวอ่อน
    ตัวอย่างเช่น
  1. ไข่ที่สูญเสียนิวเคลียสของแม่ (enucleated egg)
  • ไข่ที่ไม่มีนิวเคลียสถูกปฏิสนธิโดย อสุจิสองตัว (dispermy)
  • จีโนมที่เหลืออยู่ทั้งหมดจึงมาจากพ่อทั้งสอง
  • ทำให้เกิดเป็น androgenetic chimera
  1. การรวมตัวระหว่างตัวอ่อน(ที่ปฏิสนธิ) กับตัวอ่อนที่มีแต่จีโนมพ่อ**
  • ตัวอ่อนหนึ่งมาจากไข่และอสุจิ (biparental)
  • อีกตัวมาจากอสุจิเท่านั้น (androgenetic)
  • เมื่อทั้งสองหลอมรวมกัน กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเซลล์สองแบบ คือ เซลล์ที่มีจีโนมจากพ่อแม่ทั้งคู่ + เซลล์ที่มีจีโนมจากพ่อเท่านั้น
    .
  1. Sesquizygotic chimera สิ่งมีชีวิตที่มีความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมอยู่ ระหว่างแฝดไข่ใบเดียว (monozygotic) และ แฝดไข่คนละใบ (dizygotic) กล่าวคือ เกิดจาก ไข่เพียงใบเดียว แต่ถูกปฏิสนธิโดย อสุจิสองตัวพร้อมกัน
    .
    Sesqui- หมายถึง “หนึ่งเท่าครึ่ง” (1.5) หรือ “กึ่ง”
    Zygotic หมายถึง “ที่เกี่ยวกับไซโกต” (ตัวอ่อนที่เกิดจากไข่ + อสุจิ)
    .
    กลไกการเกิด (โดยส่วนใหญ่แต่ไม่ทั้งหมด)
  2. ไข่เพียง ใบเดียว ถูก อสุจิสองตัว (หนึ่งมีโครโมโซม X และอีกตัวมี Y) ปฏิสนธิพร้อมกัน
  3. ส่วนใหญ่ การปฏิสนธิแบบนี้จะล้มเหลวเพราะเซลล์มีโครโมโซมเกิน (triploid)
  4. แต่ในบางกรณี ตัวอ่อนสามารถ “แก้ไข” ตนเองได้โดย แยกชุดโครโมโซมส่วนเกินออก
  5. ทำให้เกิดเซลล์สองกลุ่มที่ต่างกันในร่างเดียว:
  • กลุ่มที่ได้จีโนมจาก ไข่ + อสุจิที่ให้ X → เป็นเซลล์ XX
  • กลุ่มที่ได้จีโนมจาก ไข่ + อสุจิที่ให้ Y → เป็นเซลล์ XY
    ผลคือ ตัวอ่อนที่พัฒนาเป็นบุคคลที่มี ชุดโครโมโซม 46,XX/46,XY (เหมือนเป็น “กึ่งแฝด” อยู่ในร่างเดียว)
    .
    ทำไมเรียกว่า “sesquizygotic” เพราะ
  • ไม่ใช่ monozygotic twins (แฝดแท้) ที่มาจากไข่ใบเดียวกับอสุจิตัวเดียว
  • และไม่ใช่ dizygotic twins (แฝดต่างไข่) ที่มาจากไข่สองใบกับอสุจิสองตัว
    แต่เป็น “หนึ่งไข่ สองอสุจิ” → อยู่ “ #ระหว่างกลาง ” ของทั้งสองแบบ
    จึงใช้คำว่า sesqui- (“หนึ่งเท่าครึ่ง”) เพื่อบ่งบอกว่ามีความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมมากกว่าแฝดต่างไข่ แต่ไม่เท่าแฝดแท้
    .
    รายงานในปี 2019 (Gabbett et al., NEJM) พบ sesquizygotic twins คนแรกของโลก (แฝดชาย–หญิง) ที่มี ดีเอ็นเอของแม่เหมือนกัน 100% แต่ดีเอ็นเอของพ่อเหมือนกันเพียงบางส่วน (~78%)
    .

“ #อินเตอร์เซ็กซ์ ” ในความหมายของเรา คือ ร่มคำที่กว้าง ครอบคลุมทั้งลักษณะที่โดยทั่วไปถือว่าเป็นอินเตอร์เซ็กซ์ และลักษณะที่อาจไม่เป็นที่รู้จักในฐานะนั้น
.
จุดมุ่งหมายคือการให้นิยามกับลักษณะทางกายภาพที่มีมาแต่กำเนิดใด ๆ ที่อยู่ภายใต้คำว่า “ความหลากหลายของคุณลักษณะทางเพศ” ซึ่งโดยทั่วไปหมายถึงลักษณะที่ ปรากฏอยู่ในโครโมโซม อวัยวะเพศภายนอก ต่อมเพศ(อัณฑะ/รังไข่) หรืออวัยวะสืบพันธุ์ภายในอื่น ๆ หรือ ในกระบวนการที่ร่างกายผลิตหรือตอบสนองต่อฮอร์โมน แตกต่างจากสิ่งที่สังคมหรือการแพทย์ถือว่าเป็น “ลักษณะปกติ” หรือ “มาตรฐาน” ของการพัฒนา ลักษณะร่างกายภายนอกปรากฏ หรือการทำงานของร่างกายหญิงหรือชายและมีมาแต่กำเนิด หรืออาจเกิดขึ้นภายหลังในชีวิตโดยเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
.
อินเตอร์เซ็กซ์เป็นเรื่องของ “สเปกตรัม” ซึ่งแต่ละความหลากหลายก็มีสเปกตรัมในตัวเอง ไม่ใช่ทุกคนที่มีลักษณะเหล่านี้จะรู้สึกว่าอยากนิยามตนเองด้วยคำว่า “อินเตอร์เซ็กซ์” แต่อย่างไรก็ดี เราสนับสนุนให้ผู้ที่รู้สึกว่าคำนี้ตรงกับตัวตนของตนเองเลือกใช้อย่างอิสระ เพราะเจ้าของร่างกายเท่านั้นที่จะมีอำนาจนิยาม คำที่ตรงกับตนเองเพื่อกำหนดตนเอง
.

ความหลากหลายของคุณลักษณะทางเพศ #อินเตอร์เซ็กซ์ #สิทธิอินเตอร์เซ็กซ์ #เจ้าของร่างกายคือคนกำหนด #IntersexAwareness #ร่างกายหลากหลาย #ChimeraGenetics

ParthenogeneticChimera #SexChromosomeVariation #HumanGeneticDiversity #IntersexBiology #46XX46XY #GenomicMosaicism #IntersexScience #IntersexVariations #UnderstandingIntersex #SexCharacteristics #BeyondBinary #ScienceOfDiversity

.
บทความหลัก : interAct

Tags:

Comments are closed