🌟 WHAT WE WISH… สิ่งที่พวกเราปรารถนา 🌟
ตอนที่ 2 เราปรารถนาอยากให้ พ่อแม่ รับรู้ว่า …
ในตอนที่ผ่านมา เราได้รับฟังเสียงของบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ที่อยากส่งถึง “แพทย์” เสียงเหล่านั้นสะท้อนว่า
การรักษาที่ดีสำหรับพวกเขาแล้ว ไม่ได้หมายถึงเพียงความเชี่ยวชาญทางการแพทย์
หากยังหมายรวมถึงการรับฟัง การให้ข้อมูลอย่างซื่อสัตย์ การเคารพสิทธิในร่างกาย
และการให้พวกเขามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
และเมื่อออกจากโรงพยาบาล บุคคลที่อยู่เคียงข้างพวกเขามากที่สุดคือ “ครอบครัว“
สำหรับเด็กอินเตอร์เซ็กซ์แล้ว พ่อแม่ไม่เพียงเป็นผู้ตัดสินใจในช่วงแรกของชีวิต
หากยังเป็นผู้สร้างพื้นที่แรกที่ลูกจะเรียนรู้ว่า ความแตกต่างของตนเองเป็นสิ่งที่สามารถเติบโตไปด้วยความภาคภูมิใจ
ในตอนนี้ เราจะมารับฟังอีกชุดหนึ่งของเสียงจากบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ ว่าพวกเขาอยากให้ “พ่อแม่” รับรู้อะไรมากที่สุด
Ep.2 สิ่งที่บุคคลอินเตอร์เซ็กซ์อยากให้ "พ่อแม่" รับรู้ - เมื่อบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์บอกเล่าถึงสิ่งที่พวกเขาต้องการจากครอบครัว
สำหรับพ่อแม่ การได้รับรู้ว่าลูกเป็นบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์อาจเป็นจุดเริ่มต้นของคำถาม ความกังวล และการตัดสินใจครั้งสำคัญหลายอย่าง แต่สำหรับลูกแล้ว นั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่จะอยู่กับร่างกาย อัตลักษณ์ และประสบการณ์ที่แตกต่างจากคนรอบตัว
จากเอกสาร “What We Wish Our Parents Knew” กลุ่มบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ทั้งในวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ตอนต้นได้ร่วมกันถ่ายทอดสิ่งที่พวกเขาอยากให้พ่อแม่รับรู้ ผ่านประสบการณ์ที่แต่ละคนเคยเผชิญ
ข้อความหนึ่งที่ปรากฏตั้งแต่ต้นคือ การตัดสินใจของผู้ปกครอง สามารถส่งผล ต่อชีวิตของลูกในระยะยาว และแม้เด็กแต่ละคนจะมีวิธีรับมือกับสถานการณ์แตกต่างกัน แต่ทุกคนล้วนต้องการการสนับสนุนจากครอบครัวในหลากหลายรูปแบบตลอดเส้นทางการเรียนรู้ของพวกเขา
หลายคนอยากให้พ่อแม่อยู่เคียงข้าง รับฟังพวกเขามากกว่าคาดเดา ไม่ตั้งสมมติฐานว่าลูกกำลังรู้สึกอย่างไร หรือบอกว่าลูกควรรู้สึกอย่างไร แต่เลือกที่จะถามและเปิดใจรับฟังคำตอบด้วยความละเอียดอ่อน เพราะแม้ว่าพ่อแม่จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้ แต่ผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่กับประสบการณ์ดังกล่าวโดยตรงคือตัวลูก ผู้เป็นบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์เอง
บุคคลอินเตอร์เซ็กซ์จำนวนหนึ่งยังกล่าวถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิต การพบผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเป็นทางเลือกที่สามารถขอความช่วยเหลือได้และพวกเขาอยากให้พ่อแม่สนับสนุนในเรื่องนี้ โดยไม่ได้รับการปฏิบัติว่าเป็นเรื่องที่น่าอายหรือเป็นความลับที่ต้องปกปิดไม่พูดถึง ขณะเดียวกัน การได้พบกลุ่มบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์อื่น ๆ หรือผู้ปกครองที่มีประสบการณ์คล้ายกัน ก็ช่วยให้ทั้งพวกเขาและครอบครัวรู้สึกว่าไม่ได้เผชิญเส้นทางนี้เพียงลำพัง
อีกประเด็นสำคัญคือการสื่อสารภายในครอบครัว หลายคนบอกว่าพวกเขาไม่ต้องการให้ข้อมูลเกี่ยวกับร่างกายของตนถูกเก็บเป็นความลับจนกระทั่งโตพอจึงค่อยรู้ความจริง พวกเขาอยากได้ รับข้อมูลทีละขั้น ตามวัยและความพร้อม พร้อมทั้งมีโอกาสถามคำถาม และได้รับคำตอบจากพ่อแม่ มากกว่าต้องค้นหาคำอธิบายจากอินเทอร์เน็ตเพียงลำพัง
เมื่อพูดถึงการบอกข้อมูลแก่ผู้อื่น บุคคลอินเตอร์เซ็กซ์หลายคนต้องการการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจว่าใครควรได้รับรู้เรื่องราวของตนเอง หากครอบครัวได้บอกข้อมูลกับใครไปแล้ว ก็อยากได้รับแจ้งอย่างตรงไปตรงมา เพราะเรื่องราวนี้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพวกเขา และพวกเขาควร มีสิทธิร่วมตัดสินใจว่าจะแบ่งปันกับใคร เมื่อใด และในรูปแบบใด
สำหรับการพบแพทย์ พวกเขาอยากให้พ่อแม่เปิดโอกาสให้ลูกมีส่วนร่วมในการพูดคุยกับแพทย์ ไม่พูดถึงลูกราวกับว่าเขาไม่ได้อยู่ในห้องตรวจ สนับสนุนให้ลูกรู้จักสิทธิของตนเอง และช่วยปกป้องไม่ให้ต้องเผชิญกับการตรวจหรือการรักษาที่ไม่จำเป็นเพียงเพราะความอยากรู้อยากเห็นของบุคลากรทางการแพทย์ หลายคนยังอยากให้ครอบครัวศึกษาข้อมูลด้วยตนเอง ค้นหาทางเลือกที่หลากหลาย และ ไม่เร่งรีบตัดสินใจ ในเรื่องที่อาจส่ง ผลถาวรต่อชีวิต หากยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน
ข้อความอีกหลายตอนสะท้อนความต้องการที่เรียบง่าย แต่มีความสำคัญต่อเด็กอย่างยิ่ง
เช่น การไม่เปรียบเทียบลูกกับคนที่ “ลำบากกว่า” การไม่ทำให้การวินิจฉัยต่าง ๆ กลายเป็นภาระหรือความน่าสงสาร
และการช่วยให้ลูกมองเห็นว่าความแตกต่างของตนเองเป็นสิ่งที่ พิเศษ และ ไม่ได้ ทำให้คุณค่าความเป็นมนุษย์ลดลง
เหล่านี้ไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อบอกว่าพ่อแม่ควรสมบูรณ์แบบ หรือจะต้องมีคำตอบสำหรับทุกคำถาม
แต่เป็นการเชื้อเชิญให้ครอบครัวเดินไปด้วยกัน รับฟังกันมากขึ้น และเปิดพื้นที่ให้ลูกได้มีเสียงในการตัดสินใจเกี่ยวกับชีวิตของตนเอง
สกัดส่วนสำคัญของงานเพื่อนำมาสื่อสาร/ กราฟฟิก: ตุ้ย
บรรณาธิการ: พรีส
อ่านเอกสาร interACT ได้ ที่นี่