AIS: แค่เป็นเราที่ไม่มีมดลูก

AIS: แค่เป็นเราที่ไม่มี มดลูก

ตามที่ทุกคนรู้กันว่า กว่า 1.7% ของประชากรทั่วโลกเป็นอินเตอร์เซ็กซ์ และนั่นหมายความว่า มีประชากรประมาณเกือบ 200 ล้านคน จาก 8 พันล้านคนทั่วโลก ที่มีความหลากหลายของคุณลักษณะทางเพศที่ปรากฏบนร่างกาย ดังนั้นไม่มีอะไรการันตีว่า ผู้หญิงจะต้องมีโครโมโซม XX เสมอไป หรือผู้ชายจะต้องมีโครโมโซม XY เสมอไปเช่นกัน

วันนี้ Thai intersex Rights จะมาเล่าให้ทุกคนฟัง ถึงคุณลักษณะทางเพศที่เรามักพบเจอได้บ่อย และในช่วงเวลาที่ภูมิทัศน์ของโลกที่มีมุมมองเปิดกว้างต่อความหลากหลายทางเพศ และความหลากหลายของคุณลักษณะทางเพศมากขึ้น ก็ทำให้มีคนในแวดวงบันเทิงหลายคนทยอยออกมาพูดถึงประสบการณ์เกี่ยวกับคุณลักษณะทางร่างกายของตัวเอง และคุณลักษณะทางเพศนั้นคือ Androgen Insensitivity Syndrome (AIS)

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมกราคม ปี 2017 เฮนเน กาบี โอดีล (Hanne Gaby Odiele) นางแบบชื่อดังชาวเบลเยียม ได้ออกมาพูดถึงตัวตนของเธอ และการเติบโตมาในฐานะเด็กอินเตอร์เซ็กซ์กับนิตยสาร VOGUE ว่า เธอเกิดมาพร้อมกับโครโมโซมเพศแบบ XY แต่ร่างกายกลับไม่ตอบสนองต่อฮอร์โมนเพศชาย (Androgens) และเกิดมาพร้อมอัณฑะภายใน และไม่มีมดลูกหรือรังไข่ หรือก็คือ Androgen Insensitivity Syndrome (AIS)

ฮันเน เล่าว่า ในทุกๆ ปิดเทอมของวัยเด็กเธอ มักหมดไปกับการเข้าพบแพทย์ และทุกๆ ครั้งก็มักจะมีนักศึกษาแพทย์ถูกรับเชิญให้เข้ามาดูร่างกายของเธอโดยไม่ได้รับความยินยอม และทุกๆ ครั้งเธอมักมีความรู้สึกว่า “ทำไมคนพวกนี้ถึงต้องเข้ามามองฉันตอนฉันเปลือยหมดแบบนี้?” 

จนกระทั่งเมื่อตอนที่เธออายุได้ 10-11 ปี พ่อกับแม่ก็เริ่มบอกกับเธอว่า “เธอต้องเข้ารับการผ่าตัดอัณฑะที่ตกค้างภายในออก ถ้าไม่ผ่าตัดเธอจะมีความเสี่ยงเป็นมะเร็ง”

ฮันเน เพิ่งมาทราบความจริงเกี่ยวกับร่างกายของเธอเมื่อตอนอายุ 17 ปี เนื่องจากเธอรู้สึกว่า ชีวิตของเธอเละเทะ เพราะนับตั้งแต่เธอเข้ารับการผ่าตัด เธอจำเป็นจะต้องได้รับฮอร์โมนบำบัดทุกเดือน โดยหลายๆ ครั้ง เธอรู้สึกเหมือนคนที่กำลังเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนตั้งแต่อายุยังน้อย และฮอร์โมนนั้นกำลังทำร้ายเธอจากปฏิกิริยาบางอย่างบนร่างกายของเธอที่ผิดปกติไป

ก่อนที่จะเธอจะถูกทาบทามให้เข้าสู่เส้นทางของนางแบบกับเอเจนซี่ เธอได้พบกับนิจยสารวัยรุ่นดัตช์เล่มหนึ่ง และพบกับบทความเกี่ยวกับผู้หญิงที่ไม่สามารถมีลูกและผ่านการผ่าตัดหลายครั้ง เธอจึงติดต่อกับนิตยสาร และได้รู้จักกับผู้หญิงอินเตอร์เซ็กซ์คนนั้น และพบกลุ่มชุมชนคนอินเตอร์เซ็กซ์ในเนเธอร์แลนด์ และนั่นทำให้เธอและครอบครัวทราบความจริงว่า คุณลักษณะทางร่างกายของฮันเนนั้นไม่ได้มีเพียงเธอคนเดียวที่เป็น และถือเป็นจุดเริ่มต้นให้เธอทำการศึกษาเรื่องราวของอินเตอร์เซ็กซ์ รวมถึงประวัติการรักษาของตนเอง ก่อนที่เธอจะใช้ชื่อเสียงจากการเป็นนางแบบของเธอ เพื่อเป็นกระบอกเสียงผลักดันสิทธิของบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์

เรื่องราวของฮันเน ทำให้เราเห็นทันทีว่า มีคนอินเตอร์เซ็กซ์หลายคนถูกทำให้ต้องใช้ชีวิตเป็นเครื่องมือช่วยให้การเรียนรู้กับนักศึกษาแพทย์ และเป็นพื้นที่การทดลองทางการแพทย์ของแพทย์ที่ต้องการรักษาระบบกรอบสองเพศเอาไว้
 
แต่กระนั้น เรื่องราวของฮันเน เป็นเพียงส่วนหนึ่งของรูปแบบคุณลักษณะ AIS/CAIS ที่สามารถปรากฏได้ โดยมีรายงานวิจัย Complete androgen insensitivity syndrome coexisting with müllerian duct remnants: a case report and literature review ที่ได้ศึกษาเกี่ยวกับคุณลักษณะแบบ AIS/CAIS ทั้งหมด 12 ราย พบว่า ในจำนวนนี้ 8 รายมีมดลูก 10 รายมีโครงสร้างคล้ายท่อนำไข่ และ 6 รายมีทั้งสองอย่าง ดังนั้น AIS/CAIS จึงมักเป็นร่มใหญ่ใช้อธิบายกลุ่มคนที่มีร่างกายไม่ตอบสนองต่อฮอร์โมนแอนโดรเจนเสียมากกว่า
 
ทั้งนี้ Thai intersex Rights ขอนำเสนอแนวทางการดูแลร่างกายของคนที่มีคุณลักษณะทางร่างกายแบบ AIS ว่าจะต้องดูแลร่างกายอย่างไรบ้าง ดังต่อไปนี้
  1. เข้าใจโครงสร้างร่างกายของตัวเองให้ชัด เนื่องจากคนที่มีคุณลักษณะทางร่างกายแบบ AIS นั้น ร่างกายยังผลิตฮอร์โมนเองได้ เช่น Testosterone ที่ถูกเปลี่ยนเป็น Estrogen บางส่วน ดังนั้น “ไม่ใช่ว่าร่างกายขาดฮอร์โมนทันที” ถ้ายังไม่ผ่าตัด
  2. การติดตามความเสี่ยง “อัณฑะภายใน” เนื่องจากอัณฑะที่ไม่ลงถุงนี้มีความเสี่ยงมะเร็งจริง แต่มีอัตราน้อยมากในวัยเด็ก และจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเมื่อผ่านพ้นช่วงวัยรุ่นไปแล้ว ดังนั้นจึงควรติดตามร่างกายเป็นระยะผ่านการ:
    • อัลตราซาวด์ / MRI
    • ตรวจ marker มะเร็งบางตัว
  3. การดูแลสมดุลฮอร์โมน บุคคลที่มีคุณลักษณะทางร่างกายแบบ AIS ควรได้รับตรวจระดับฮอร์โมนเป็นระยะ เช่น Estrogen และ Testosterone รวมถึงสังเกตอารมณ์ สุขภาพผิว และกระดูกว่ามีภาวะขาดวิตามินหรือไม่
  4. สุขภาพทางเพศและช่องคลอด เนื่องจากบางคนอาจมีช่องคลอดสั้นกว่าค่าเฉลี่ย ดังนั้นหากมีเพศสัมพันธ์ จึงควรใช้สารหล่อลื่น และไม่จำเป็นต้อง “แก้ไข” ถ้าไม่ได้มีปัญหาในการใช้ชีวิต
  5. สุขภาพจิตและการยอมรับตัวเอง จากเคสของ ฮันเน กาบี โอเดล จะเห็นว่า บาดแผลทางใจของเธอหลักๆ มาจาก “การถูกควบคุมร่างกาย” การเข้าถึงจิตแพทย์ นักจิตวิทยา รวมถึงชุมชนคนอินเตอร์เซ็กซ์ เพื่อเป็นพื้นที่รับคำปรึกษาและให้การสนับสนุนในแนวทางการใช้ชีวิต จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก

บทความ: อัส
บรรณาธิการ: พรีส

CATEGORIES:

Comments are closed