ตลอด 3 ตอนที่ผ่านมา เราได้เห็นแล้วว่า บุคคลอินเตอร์เซ็กซ์มีอยู่จริง แต่กลับถูกทำให้ล่องหนจากข้อมูลและการรับรู้ของสังคม หลายคนต้องเผชิญการตัดสินใจทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นกับร่างกายของตนเอง โดยไม่ได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนรอบด้านหรือให้ความยินยอมอย่างอิสระก่อนทำหัตถการ และจำนวนไม่น้อยยังต้องเผชิญกับการคุกคาม การตีตรา ความรุนแรง และผลกระทบต่อสุขภาพจิตในชีวิตประจำวัน
แต่เมื่อมองลึกลงไป เราอาจพบว่าปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เพียงเกิดขึ้นจากทัศนคติของผู้คนเท่านั้น หากยังเชื่อมโยงกับกฎหมาย นโยบาย และระบบคุ้มครองสิทธิที่ยังไม่สามารถปกป้องบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ได้อย่างเพียงพอ
ผลสำรวจ Being Intersex in the EU พบว่า
⚡️บุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ยังคงเผชิญการเลือกปฏิบัติในอัตราที่สูงอย่างต่อเนื่อง
⚡️หลายคนถูกเลือกปฏิบัติในที่ทำงาน ระหว่างการสมัครงาน และในระบบบริการสาธารณะ
ผู้ที่เผชิญการเลือกปฏิบัติจำนวนมากไม่มั่นใจว่าการร้องเรียนจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง
และในหลายประเทศ การคุ้มครอง “#คุณลักษณะทางเพศ” (#sex_characteristics) ยังคงเป็นช่องว่างทางกฎหมายที่สำคัญ กล่าวคือ ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครอง
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “สังคมยอมรับบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์มากขึ้นหรือยัง” แต่รวมถึงว่า “กฎหมายและนโยบายของรัฐสามารถคุ้มครองศักดิ์ศรี ความปลอดภัย และความเสมอภาคของบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ได้จริงหรือไม่”
ในตอนสุดท้ายของซีรีส์นี้ เราจะชวนทุกคนสำรวจบทเรียนจากยุโรป พร้อมชวนมองย้อนกลับมายังประเทศไทย เพื่อร่วมกันตั้งคำถามว่า ประเทศไทยควรมีมาตรการใดบ้างในการปกป้องสิทธิของบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ และเราจะสร้างสังคมที่เคารพความหลากหลายของมนุษย์ได้อย่างไร โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพราะสิทธิมนุษยชนนั้น ไม่ควรขึ้นอยู่แค่กับว่าร่างกายของใครตรงกับกรอบที่สังคมคุ้นเคยหรือไม่
[Being Intersex in the EU — ตอนที่ 4: "จากยุโรปถึงไทย: กฎหมายและการเลือกปฏิบัติเชิงโครงสร้าง"]
จะเป็นอย่างไร… ถ้าในวันที่โลกบอกว่ากำลังก้าวไปข้างหน้า สู่ความเท่าเทียม แต่กลับมีคนอยู่กลุ่มหนึ่งที่สถิติการถูกเลือกปฏิบัติของพวกเขา ‘ไม่เคยลดลงเลย’ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา? 📉
วันนี้ THAi iNTERSEX RiGHTS ขอพาทุกคนเดินทางมาถึงบทสรุปตอนสุดท้ายของซีรีส์รายงาน “Being Intersex in the EU” เพื่อแกะปมปัญหาที่ใหญ่ที่สุด นั่นคือ “การถูกกีดกันเชิงโครงสร้างและกฎหมาย” ที่ทำให้บุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ไม่สามารถใช้ชีวิต เรียน ทำงาน หรือแม้กระทั่งเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างเท่าเทียมกับมนุษย์คนอื่นตัวเลขจากรายงานของสหภาพยุโรปฉบับนี้ เป็นหลักฐานชั้นดีว่าความเท่าเทียมที่ไม่มีกฎหมายคุ้มครองนั้น… #ไม่มีอยู่จริง
🔹 กลุ่มเดียวที่สถิติการถูกเลือกปฏิบัติไม่เคยลดลง: ในขณะที่กลุ่มความหลากหลายทางเพศอื่น ๆ เริ่มได้รับการยอมรับมากขึ้น แต่บุคคลอินเตอร์เซ็กซ์กลับเป็นกลุ่มเดียวที่อัตราการถูกเลือกปฏิบัติยังคง ‘ทรงตัวและหยุดนิ่ง’ อยู่ที่ 61-62% ไม่เปลี่ยนแปลง สะท้อนชัดว่าพวกเขา #กำลังถูกทิ้ง ไว้ข้างหลัง
🔹 38% ถูกปิดประตูกีดกันจากอาชีพการงาน: เกือบ 40% ของบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ต้องเผชิญกับการเลือกปฏิบัติในที่ทำงานหรือตั้งแต่ขั้นตอนการสมัครงาน เพียงเพราะรูปลักษณ์ภายนอก เอกสารแสดงตน หรือคุณลักษณะทางเพศที่ไม่ตรงตามกรอบสังคม ทำให้พวกเขา #ขาด ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
🔹 31% ถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมในสถานพยาบาล: แม้แต่ในโรงพยาบาลหรือหน่วยงานบริการทางสังคม ซึ่งควรเป็นพื้นที่ที่เข้าใจเรื่องสรีรวิทยามากที่สุด บุคคลอินเตอร์เซ็กส์ถึง 1 ใน 3 กลับยังคงต้องเจอกับการปฏิบัติที่ไร้ความเคารพ อคติ หรือการปฏิเสธการดูแลที่เหมาะสม
🔹 ช่องว่างทางกฎหมายระดับสากล: รายงานระบุว่า แม้แต่ในทวีปยุโรปเอง ก็มีเพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่มีกฎหมายคุ้มครอง ” คุณลักษณะทางเพศ (Sex Characteristics)” โดยตรง ส่วนใหญ่ยังคงรวมไปกับเรื่องเพศสภาพทั่วไป ซึ่งไม่สามารถปกป้องสิทธิ์ในเนื้อตัวร่างกายของบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ได้อย่างครอบคลุม
มองอนาคตประเทศไทย
เราจะทำอะไรได้บ้างเพื่อเปลี่ยนสิ่งนี้? เมื่อหันกลับมามองประเทศไทย คำถามสำคัญคือ เราจะร่วมกันหยุดวงจรการเพิกเฉยต่อสิทธิของผู้คนกลุ่มนี้ ได้อย่างไร? ปัจจุบัน ในไทยเองเริ่มมีการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ และนี่คือสิ่งที่เราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ พันธมิตร (Allies) หรือประชาชนทั่วไป สามารถช่วยกันผลักดันได้ตั้งแต่วันนี้
🤝 ร่วมจับตาและสนับสนุนร่างกฎหมาย: ช่วยกันส่งเสียงและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับ ร่าง พระราชบัญญัติรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ การแสดงออกทางเพศสภาพ และคุณลักษณะทางเพศสภาพ (GEN-ACT Bill) ของไทย ที่ต้องมีการระบุและคุ้มครองคำว่า “คุณลักษณะทางเพศ” อย่างชัดเจน เพื่อให้บุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ได้รับสิทธิและโอกาสอย่างเสมอภาคในด้านการทำงานและการเข้าสู่ระบบริบาลทางการแพทย์ รวมถึงการรักษาพยาบาล
🤝 สร้างองค์ความรู้ใหม่ในองค์กร: ชวนผลักดันให้ที่ทำงานและสถานศึกษาของคุณ เพิ่มความเข้าใจเรื่องคุณลักษณะทางเพศและ #บุคคลที่มี_ลักษณะเพศทางชีววิทยา_ที่หลากหลาย (ไม่ใช่แค่ชาย-หญิง หรือ คนข้ามเพศ) เพื่อยุติการกลั่นแกล้งและการกีดกันตั้งแต่ระดับบุคคลไปจนถึงระดับองค์กร
🤝 ส่งต่อเสียงเพื่อสร้างแนวทางแพทย์ที่ถูกต้อง: สนับสนุนการทำงานของภาคประชาสังคมในการเรียกร้องให้มีมาตรฐานทางการแพทย์ที่เคารพสิทธิ์ และไม่รีบร้อนผ่าตัดทารกอินเตอร์เซ็กซ์โดยที่ไม่มีความจำเป็นทางการแพทย์
อนาคตที่บุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ไทยจะสามารถเดินเข้าสมัครงานได้อย่างภาคภูมิใจ ไปโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัย และมีกฎหมายคุ้มครองร่างกายตนเอง… ไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อม หากพวกเราทุกคนร่วมมือกันส่งเสียงตั้งแต่วันนี้
ตลอด 4 ตอนที่ผ่านมา เผยให้เห็นว่า การเป็นบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ไม่ใช่เพียงเรื่องของความหลากหลายทางร่างกาย
แต่เกี่ยวข้องกับสิทธิในเนื้อตัวร่างกาย สุขภาพจิต ความปลอดภัย การเข้าถึงบริการสาธารณะ และความเท่าเทียมในสังคม
การสร้างสังคมที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เริ่มต้นจากการมองเห็น รับฟัง และยอมรับว่าความหลากหลายทางเพศ
และความหลากหลายทางร่างกายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมมาโดยตลอด ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามซีรีส์นี้
สกัดส่วนสำคัญของงานวิจัยเพื่อนำมาสื่อสาร/ กราฟฟิก: ตุ้ย
บรรณาธิการ: พรีส
อ้างอิง:
[1] อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ Being intersex in the EU
[2] GENAct สมุดปกขาว ฉบับเสนอสภา งานวิจัยและคำอธิบายง่ายๆ