My Body, My Voice – ร่างกายของเรา เสียงของเรา Ep.1 เริ่มต้นด้วยความเคารพ – เมื่อก้าวเข้าสู่โรงพยาบาล ฉันจะได้รับการปฏิบัติอย่างไร

การเข้ารับการรักษาพยาบาล ควรเป็นพื้นที่ที่คนทุกคนรู้สึกปลอดภัย และได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียม
แต่สำหรับบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ ประสบการณ์ในโรงพยาบาลอาจมาพร้อมคำถาม ความกังวลใจ
หรือสถานการณ์ที่ผู้รับบริการทั่วไปอาจไม่เคยต้องเผชิญ

THAi iNTERSEX RiGHTS ชวนทุกคนมาทำความเข้าใจสิทธิพื้นฐานของผู้ป่วย
ผ่านซีรีส์บทความชุดนี้ที่จะพาไปสำรวจ 4 ประเด็นสำคัญ ตั้งแต่การได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพในศักดิ์ศรี
ความเป็นส่วนตัวและการกำหนดขอบเขตของตัวเอง การได้รับการประเมินอาการอย่างครอบคลุมรอบด้าน
ไปจนถึงสิทธิในการมีส่วนร่วมตัดสินใจเกี่ยวกับร่างกายของตัวเอง

เนื้อหาชุดนี้เรียบเรียงจากแนวทางของ interACT องค์กรด้านสิทธิอินเตอร์เซ็กซ์จากสหรัฐอเมริกา
และปรับให้เหมาะกับบริบทของสังคมไทย เพื่อเป็นเครื่องมือให้ทั้งผู้รับบริการและบุคลากรทางการแพทย์
ได้ทำความเข้าใจและก้าวไปด้วยกันสู่ระบบสุขภาพที่โอบรับความหลากหลายของร่างกายมนุษย์อย่างแท้จริง

เริ่มต้นที่ตอนแรกกันเลย เพราะการเคารพที่แท้จริง เริ่มต้นตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเข้าสู่โรงพยาบาล

My Body, My Voice - ร่างกายของเรา เสียงของเรา

Ep.1 เริ่มต้นด้วยความเคารพ - เมื่อก้าวเข้าสู่โรงพยาบาล ฉันจะได้รับการปฏิบัติอย่างไร

เมื่อพูดถึงการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคงไม่พ้นกระบวนการตรวจวินิจฉัยและการรักษาทางการแพทย์ที่ถูกต้องเหมาะสม แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่ต่างกัน นั่นคือวิธีการปฏิบัติ และการได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

สำหรับบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์แล้ว การไปพบแพทย์อาจมาพร้อมกับความกังวลใจ ที่มากกว่าแค่เรื่องอาการเจ็บป่วย หลายคนเคยเจอคำถามเกี่ยวกับร่างกายของพวกเขา โดยที่อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่มารักษาเลย บางคนถูกเรียกด้วยชื่อหรือสรรพนามที่ไม่ตรงกับตัวเอง หรือรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็น “กรณีศึกษา” มากกว่าจะเป็นผู้มารับบริการที่ต้องการความช่วยเหลือจริง ๆ

แม้ว่าแต่ละคนจะมีประสบการณ์และความหลากหลายของร่างกาย คุณลักษณะทางเพศ หรืออัตลักษณ์ทางเพศที่แตกต่างกัน แต่คนทุกคนควรได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมด้วยความเคารพ

การเคารพ เริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ ที่มีความหมาย

การเรียกชื่อให้ถูกต้อง การใช้สรรพนามที่เจ้าตัวต้องการ หรือแม้แต่การเลือกคำเรียกอวัยวะให้เหมาะกับความรู้สึกของผู้รับบริการ เรื่องเหล่านี้อาจดูเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ แต่สำหรับคนที่กำลังอยู่ที่จุดนั้น สิ่งเหล่านั้นคือสิ่งที่สร้างความไว้ใจ และทำให้การสื่อสารระหว่างผู้ป่วยกับบุคลากรทางการแพทย์ราบรื่นขึ้นอย่างมาก

หากคุณมีชื่อที่ใช้ในชีวิตประจำวันที่ไม่ตรงกับชื่อในเอกสารราชการ หรือมีสรรพนามที่อยากให้ใช้ คุณสามารถบอกเจ้าหน้าที่ได้ตั้งแต่ตอนลงทะเบียนหรือก่อนเริ่มการรักษา การพูดตรง ๆ ตั้งแต่แรกนั้นจะช่วยลดความสับสน และทำให้ทีมแพทย์ดูแลคุณได้อย่างที่ควรจะเป็น และเช่นเดียวกัน หากมีคำเรียกอวัยวะบางคำที่ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจ ก็สามารถแจ้งบุคลากรทางการแพทย์ได้ว่าอยากให้ใช้คำไหนแทน เพราะการเลือกใช้ภาษาที่ผู้รับบริการรู้สึกสบายใจ ก็เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลที่คำนึงถึงศักดิ์ศรีและความรู้สึกของบุคคลนั้นได้อย่างมากเช่นกัน

การกรอกแบบฟอร์มแรกเข้า
คือโอกาสในการบอกความต้องการของคุณ

ก่อนเข้ารับการรักษา โรงพยาบาลมักมีข้อกำหนดให้กรอกข้อมูลส่วนตัวและประวัติสุขภาพ และแม้ตัวแบบฟอร์มเอง อาจจะไม่มีช่องให้ระบุทุกเรื่องที่คุณอยากบอก แต่ถ้ามีข้อมูลไหนที่คิดว่าจำเป็นต่อการดูแลรักษา ก็สามารถแจ้งเพิ่มกับเจ้าหน้าที่ได้เสมอ เช่น ชื่อที่อยากให้เรียก สรรพนามที่ต้องการ วิธีสื่อสารที่ทำให้รู้สึกสบายใจ ข้อมูลทางการแพทย์ที่เกี่ยวกับคุณลักษณะอินเตอร์เซ็กซ์และข้อมูลอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการรักษา

การบอกข้อมูลเหล่านี้ไม่ใช่การขอสิทธิพิเศษแต่อย่างใด แต่เป็น การช่วยให้ทีมแพทย์ สื่อสารกับคุณได้ตรงจุดมากขึ้น และลดความคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการรักษา

หากเกิดความผิดพลาด คุณมีสิทธิที่จะบอก

บุคลากรทางการแพทย์ส่วนใหญ่นั้นมีความตั้งใจที่จะดูแลผู้เข้ารับบริการอย่างดีที่สุดอยู่แล้ว แต่บางครั้งก็อาจเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือการสื่อสารที่ไม่เหมาะสมได้เหมือนกัน ดังนั้น หากคุณถูกเรียกชื่อผิด ถูกใช้สรรพนามที่ไม่ตรงกับตัวเอง หรือได้ยินคำพูดที่ ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ คุณสามารถบอกให้แก้ไขได้ อย่างสุภาพ เช่น “ขออนุญาตนะคะ/ครับ ขอให้เรียกชื่อว่า…” หรือ “อยากให้ใช้สรรพนาม… นะคะ/ครับ ขอบคุณมากค่ะ/ครับ”
ซึ่งในหลายครั้ง แค่พูดตรง ๆ ก็ช่วยให้เรื่องคลี่คลายได้ทันที และทำให้การดูแลรักษาเป็นไปได้อย่างราบรื่น

หากรู้สึกว่าไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างเหมาะสม

ในบางกรณี หากคุณรู้สึกว่าตัวเองถูกเลือกปฏิบัติ ถูกละเมิดศักดิ์ศรี หรือได้รับการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม คุณมีสิทธิ แจ้งข้อกังวลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสถานพยาบาลนั้น ๆ เช่น หน่วยรับเรื่องร้องเรียน หรือหน่วยงานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วย

การร้องเรียนไม่ได้หมายความว่า ต้องการกล่าวโทษใคร แต่เป็นกระบวนการที่ช่วยให้สถานพยาบาล รับรู้ปัญหา ปรับปรุงการให้บริการ และ #ลดโอกาสที่เหตุการณ์แบบเดียวกัน จะเกิดขึ้นกับบุคคลอื่น ๆ อีกในอนาคต

เพราะการรักษาที่ดี เริ่มต้นจากการเคารพซึ่งกันและกัน

การดูแลสุขภาพที่มีคุณภาพไม่ได้หมายถึงแค่การรักษาโรคหรืออาการเจ็บป่วยเท่านั้น แต่ยังหมายถึง การสร้างพื้นที่ที่ผู้รับบริการรู้สึกปลอดภัย ได้รับการรับฟัง และได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพในตัวตนของเขา ไม่ว่าจะเป็นการเรียกชื่อ การใช้สรรพนาม หรือการพูดคุยด้วยคำที่ทำให้รู้สึกปลอดภัย และไม่ว่าคุณจะมีคุณลักษณะทางร่างกายแบบใด ทุกคนล้วนมีสิทธิได้รับการดูแลอย่างมีศักดิ์ศรี ได้รับการสื่อสารอย่างเหมาะสม และมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพของตัวเอง ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าสู่ระบบบริการสุขภาพ

แต่การเคารพศักดิ์ศรีของผู้รับบริการทางการแพทย์ ไม่ได้หยุดอยู่แค่คำพูดและวิธีการสื่อสารเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงการ เคารพพื้นที่ส่วนตัว และร่างกายของบุคคลนั้น ๆ ด้วยเช่นกัน ตอนต่อไป เราจะพูดถึงอีกมิติหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือสิทธิในความเป็นส่วนตัว และสิทธิที่จะกำหนดขอบเขตของตัวเองเมื่อต้องเข้ารับการรักษา

หมายเหตุ ข้อมูลชุดนี้อ้างอิงและเรียบเรียงจับใจความสำคัญเพื่อสื่อสารให้เข้าใจอย่างง่าย จากคู่มือสิทธิผู้ป่วยขององค์กร interACT (สหรัฐอเมริกา) ซึ่งระบบบริการทางการแพทย์และกฎหมายคุ้มครองสิทธิอาจแตกต่างจากบริบทของประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม THAi iNTERSEX RiGHTS นำเนื้อหานี้มาเผยแพร่ เพื่อเป็นแนวทางและกระบอกเสียงในการผลักดันมาตรฐานการรักษาพยาบาลที่โอบรับและเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ในสังคมไทยต่อไป

เรียบเรียงเพื่อนำมาสื่อสาร/กราฟฟิก: ตุ้ย
บรรณาธิการ: พรีส
อ่านเอกสาร interACT ได้ ที่นี่

CATEGORIES:

Comments are closed