คุณลักษณะ Ovotestes DSD
( Differences of Sex Development : DSD บุคคลที่มีความแตกต่างของระบบพัฒนาการเพศ)
บุคคลที่มีความหลากหลายในลักษณะนี้จะเกิดมาพร้อมกับเนื้อเยื่อของทั้งรังไข่และอัณฑะ คุณลักษณะนี้อาจเกิดขึ้นจากความหลากหลายทางโครโมโซม เช่น คุณลักษณะไคมีริซึม (chimerism) หรือโมเสก (mosaicism) อย่างไรก็ตาม บุคคลส่วนใหญ่ที่มีทั้งเนื้อเยื่อรังไข่และอัณฑะจะมีโครโมโซมแบบ XX และบางส่วนมีโครโมโซมแบบ XY
บุคคลหนึ่งอาจพัฒนามีอัณฑะหนึ่งข้างและรังไข่หนึ่งข้าง หรืออาจมีอวัยวะสืบพันธุ์แบบ ovotestes หนึ่งหรือหลายตำแหน่ง ซึ่งหมายถึงต่อมเพศหนึ่งต่อมที่ประกอบด้วยเซลล์ของรังไข่และอัณฑะอยู่ร่วมกัน ระดับของฮอร์โมนที่ร่างกายผลิตสามารถแตกต่างกันไป และการพัฒนาของอวัยวะเพศภายนอกและคุณลักษณะทางเพศทุติยภูมิจะขึ้นอยู่บางส่วนกับระดับของเอสโตรเจนและเทสโทสเทอโรนที่ร่างกายสร้าง
บุคคลอาจเกิดมาพร้อมกับอวัยวะเพศที่มีลักษณะคล้ายแคม (vulva) มากกว่า หรือคล้ายอวัยวะองคชาตมากกว่า หรือมีความหลากหลายที่มองเห็นได้ของอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก
เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น อาจพัฒนาคุณลักษณะที่สัมพันธ์กับวัยแรกรุ่นแบบเอสโตรเจนโดยทั่วไป หรือวัยแรกรุ่นแบบเทสโทสเทอโรนโดยทั่วไป หรืออาจพัฒนาคุณลักษณะบางส่วนของทั้งสองแบบผสมผสานกันในบางกรณี บุคคลที่มีทั้งรังไข่และอัณฑะ หรือมี ovotestes อาจสามารถผลิตอสุจิที่ใช้งานได้และไข่ที่ใช้งานได้
เมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ #การสังเกตตนเอง เพื่อเข้าถึงการดูแลสุขภาพ
- ในผู้ที่เลี้ยงดูแบบเพศชาย ( ถูกกำหนดตอนเกิดเป็นชาย ) อาจมีภาวะเต้านมโต (Gynecomastia) หรือมีอาการปัสสาวะเป็นเลือดเป็นระยะ (Cyclical Hematuria) ซึ่งจริงๆ แล้วคือการมีประจำเดือนผ่านทางท่อปัสสาวะเนื่องจากมีมดลูกอยู่ภายใน
- ในผู้ที่เลี้ยงดูแบบเพศหญิง (ถูกกำหนดตอนเกิดเป็นหญิง) อาจมีภาวะขาดประจำเดือน หรือมีลักษณะร่างกายที่ดูมีความเป็นชาย (Virilization)
สามารถจำแนกได้เป็น 3 รูปแบบ ได้แก่
- แบบด้านข้าง (lateral) คือ มีอัณฑะด้านหนึ่งและรังไข่อีกด้านหนึ่ง (ร้อยละ 30)
- แบบสองข้าง (bilateral) คือ พบเนื้อเยื่ออัณฑะและรังไข่ทั้งสองข้าง โดยมักอยู่ในรูปของ ovotestis (ร้อยละ 50)
- แบบข้างเดียว (unilateral) คือ มี ovotestis ข้างหนึ่ง และอีกข้างเป็นอัณฑะหรือรังไข่ (ร้อยละ 20)
สำคัญ
กลุ่มสิทธิอินเตอร์เซ็กซ์และองค์กรสนับสนุนสิทธิหลายแห่งในต่างประเทศ คัดค้านการใช้คำว่า “true hermaphroditism” หรือ “hermaphrodite” เมื่อกล่าวถึงบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ เพราะคำเหล่านี้
- เป็นคำที่มีรากมาจากตำนาน ไม่ตรงกับความเป็นจริงทางชีววิทยา
- มีความหมายที่สร้างตราบาปและความเข้าใจผิด
- ไม่สอดคล้องกับการแพทย์สมัยใหม่และการเคารพสิทธิของบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์
- คำที่เหมาะสมกว่าในการพูดถึงความหลากหลายของเพศคือคำว่า intersex และ/หรือชื่อวินิจฉัยเฉพาะทาง (เช่น Ovotesticular DSD)
เชิงอรรถ
Cyclical_Hematuria หรือ “ภาวะปัสสาวะเป็นเลือดแบบเป็นรอบ” คืออาการที่มีเลือดปนในปัสสาวะที่เกิดขึ้นสม่ำเสมอตามวงจรเวลา (มักเกิดขึ้นเดือนละครั้ง) ซึ่งมีความสำคัญทางการแพทย์เพราะมักไม่ได้เกิดจากนิ่วหรือการติดเชื้อทั่วไป แต่สัมพันธ์กับเนื้อเยื่อมดลูกหรือการมีประจำเดือน
.
ในกลุ่มอินเตอร์เซ็กซ์ มัก เกิดขึ้นในคนที่มีเนื้อเยื่อรังไข่และมีมดลูกอยู่ภายใน แต่อวัยวะเพศภายนอกดูเป็น องคชาต เมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ มดลูกจะมีการสร้างประจำเดือน แต่เนื่องจากไม่มีช่องคลอดเลือดประจำเดือนจึงไหลย้อนเข้าไปในระบบทางเดินปัสสาวะ (เช่น ผ่านทางท่อปัสสาวะส่วนต้น) ทำให้ดูเหมือนปัสสาวะเป็นเลือดในทุกๆ เดือน
.
A Case of True Hermaphrodite Presenting as Cyclical Hematuria : บทความตีพิมพ์ใน International Journal of Science and Research, พฤศจิกายน 2016
ถูกกำหนดตอนเกิดเป็นชายวัย 16 ปี มีคุณลักษณะทางร่างกายภายนอกเป็นชาย แต่มีโครโมโซม 46, XX เขาเข้ารับการตรวจเนื่องจากมีอาการ ปัสสาวะมีเลือดเป็นช่วง ๆ (cyclical hematuria) ติดต่อกันหลายสัปดาห์
ระดับฮอร์โมนเพศ เช่น เทสโทสเทอโรน อยู่ในช่วงที่สามารถพบได้ทั้งในเพศชายและหญิงในบริบทนี้
.
“Long-term followup of a large cohort of patients with ovotesticular disorder of sex development” (การติดตามผลระยะยาวของกลุ่มผู้ป่วยภาวะ Ovotesticular DSD ในกลุ่มประชากรขนาดใหญ่) ตีพิมพ์ในวารสาร The Journal of Urology (ปี 2014)
บทความนี้มีความสำคัญมากในวงการแพทย์ เนื่องจากเป็นการศึกษาข้อมูลย้อนหลังของ อินเตอร์เซ็กซ์ (Intersex) ที่มีคุณลักษณะ OT-DSD จำนวน 20 ราย โดยติดตามผลยาวนานเฉลี่ยถึง 25 ปี ซึ่งช่วยให้เห็นภาพการจัดการและการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว
.
ทั้ง 20 คนเกิดมาพร้อมกับอวัยวะเพศที่ไม่สามารถตัดสินได้ว่าเป็น จู๋หรือจิ๋ม (Ambiguous Genitalia)
- 18 คน (90%) มีโครโมโซมแบบ 46,XX , * 2 คน (10%) มีโครโมโซมแบบผสม 46,XX/46,XY
.
เห็นถึงความสำคัญของการ #ขอเปลี่ยนเพศ เนื่องจากไม่ตรงกับ เพศที่ถูกกำหนดตอนเกิด
ในงานวิจัย มี 13 คนถูกกำหนดให้และเลี้ยงดูแบบเพศชาย และ 7 คนถูกกำหนดให้และเลี้ยงดูให้เป็นเพศหญิง
- การเปลี่ยนแปลงภายหลัง มี 3 คนที่เดิมถูกเลี้ยงดูแบบเพศหญิง ได้ขอ เปลี่ยนเพศสภาพ (Gender Reassignment) เป็นเพศชาย ในภายหลัง ซึ่งสะท้อนถึงความซับซ้อนของการเลือกเพศให้เด็กตั้งแต่แรกเกิด
บทความนี้เป็น #หลักฐานเชิงประจักษ์ ที่แสดงให้เห็นว่า “เพศที่ถูกกำหนดโดยแพทย์/ผู้ปกครองเมื่อแรกเกิด” อาจไม่ตรงกับ “อัตลักษณ์ทางเพศ” ของบุคคลนั้นเมื่อเติบโตขึ้น (พบถึง 15% ในการศึกษานี้) ซึ่งข้อมูลนี้มักถูกนำไปใช้สนับสนุนข้อโต้แย้งทางกฎหมายเรื่องการ #ชะลอ การผ่าตัดเลือกเพศในเด็ก เพื่อรอให้เจ้าตัวเป็นผู้ตัดสินใจ
.
“Ovotesticular Disorder With Seminoma” (รายงานกรณีบุคคลที่มีคุณลักษณะ Ovotesticular DSD พบเนื้องอกชนิด seminoma) หนึ่งราย : Cureus (The Cureus Journal of Medical Science) ปี 2020
งานวิจัย ชายวัย 20 ปี (หนึ่งราย) โดยมีลักษณะภายนอกเป็นชายโดยสมบูรณ์ มี อัณฑะข้างหนึ่งอยู่ในถุงอัณฑะ และมีอาการปวดท้องน้อยเรื้อรัง การตรวจภาพด้วยอัลตราซาวนด์และ MRI พบ ก้อนมวลเนื้องอกขนาดประมาณ 2.1–2.6 × 1.2 cm ในบริเวณ #ชายโครงด้านซ้าย ซึ่งชี้ว่ามีลักษณะของเนื้องอกชนิด seminoma ของอัณฑะ #การพบ คุณลักษณะ Ovotesticular DSD ร่วมกับ Seminoma ซึ่งถือว่าเป็นการพบที่ #หายากมาก ในบริบทของความหลากหลายของคุณลักษณะทางเพศ
.
จำนวนบุคคลที่อยู่ร่วมกับคุณลักษณะนี้ในประชากร ( #การพบในประชากร )
ในประชากรทั่วไป 1 ต่อ 20,000 คน
.
โปรดระลึกไว้เสมอว่า
: เวลาที่เราอ่านงานวิจัยทางการแพทย์ (เช่น Case Report) ควรใช้เป็นข้อมูลอย่างกว้างเพื่อทำความเข้าใจ ไม่ใช่นำเนื้อหาไปใช้ตัดสินหรือโต้แย้งตัวตนของใครในชีวิตจริง เพียงเพราะงานวิจัยที่เป็นการอธิบายลักษณะใน #บุคคลอื่น อาจเป็นคนละคนกับคนที่ #ยืนอยู่ตรงหน้าคุณ ควรเข้าใจว่างานวิจัยทางการแพทย์มีจุดประสงค์เพื่อ #ศึกษาข้อมูล #อธิบายปรากฏการณ์ และใช้เป็นแนวทางในการ #ดูแลรักษา ไม่ใช่ใช้เป็นเครื่องมือ #ทำร้ายหรือทำให้ใครรู้สึกด้อยค่า หรือเพื่อบอกว่า #เค้าไม่มีอยู่จริง ทั้งๆที่ยืนอยู่ตรงหน้าคุณ มีเลือดเนื้อและหัวใจ เช่นเดียวกันกับคุณ
.
“#อินเตอร์เซ็กซ์” ในความหมายของเรา คือคำที่มีความหมายกว้าง ใช้เป็นคำร่มที่ครอบคลุมทั้งลักษณะที่โดยทั่วไปได้รับการยอมรับว่าเป็นอินเตอร์เซ็กซ์ และลักษณะอื่น ๆ ที่อาจยังไม่เป็นที่รู้จักหรือไม่ถูกเรียกในฐานะนั้น
จุดมุ่งหมายของการใช้คำนี้ คือการให้นิยามแก่ลักษณะทางกายภาพที่มีมาแต่กำเนิดซึ่งอยู่ภายใต้แนวคิดเรื่อง “ความหลากหลายของคุณลักษณะทางเพศ” โดยทั่วไปหมายถึงลักษณะที่ปรากฏในโครโมโซม อวัยวะเพศภายนอก ต่อมเพศ (อัณฑะหรือรังไข่) อวัยวะสืบพันธุ์ภายในอื่น ๆ รวมถึงกระบวนการที่ร่างกายผลิตหรือตอบสนองต่อฮอร์โมน ซึ่งมีความแตกต่างไปจากสิ่งที่สังคมหรือวงการแพทย์มองว่าเป็น “ลักษณะปกติ” หรือ “มาตรฐาน” ของการพัฒนาร่างกาย การปรากฏของลักษณะทางกายภาพ หรือการทำงานของร่างกายหญิงหรือชาย ทั้งนี้ ลักษณะดังกล่าวอาจปรากฏตั้งแต่กำเนิด หรืออาจเกิดขึ้นภายหลังในชีวิตโดยเป็นไปตามกระบวนการทางธรรมชาติ
อินเตอร์เซ็กซ์เป็นเรื่องของ “สเปกตรัม” โดยความหลากหลายแต่ละรูปแบบก็มีสเปกตรัมของตนเอง ไม่ใช่ทุกคนที่มีคุณลักษณะเหล่านี้จะรู้สึกว่าต้องการนิยามตนเองด้วยคำว่า “อินเตอร์เซ็กซ์” อย่างไรก็ตาม เราสนับสนุนให้ผู้ที่รู้สึกว่าคำนี้สอดคล้องกับประสบการณ์และตัวตนของตนเอง สามารถเลือกใช้ได้อย่างอิสระ #เพราะมีเพียง #เจ้าของร่างกายเท่านั้น ที่มีอำนาจในการนิยามและกำหนดคำที่ใช้เรียกตนเอง
.
บทความหลัก : interAct
บทความรอง : International Journal of Science and Research , The Journal of Urology , The Cureus Journal of Medical Science