ไทเกอร์ ดีวอร์ (Tiger Devore)

ไทเกอร์ ดีวอร์ นักจิตวิทยาคลินิก นักบำบัดด้านเพศวิถี และนักสื่อสารรณรงค์ด้านประเด็นอินเตอร์เซ็กซ์ชาวอเมริกัน

เนื้อความจากการถอดเสียงของรายการ “People are Talking” ในปี 1984 โดย โอปราห์ วินฟรีย์ และ ริชาร์ด เชอร์ ได้สัมภาษณ์ ไทเกอร์ (หรือ ฮาเวิร์ด นามแฝง ณ เวลานั้น) ร่วมกับ ดร.จอห์น มันนี่

#เนื้อหาส่วนที่1#การค้นพบตัวเองและการปิดบังของครอบครัว

(ไทเกอร์) …มีเลกเชอร์เรื่องภาวะอินเตอร์เซ็กซ์ (Intersexuality) และภาวะมีเพศกำกวม (Hermaphroditism) แล้วผู้บรรยายก็พูดถึงบางสิ่งที่ผมจำได้ว่ามันตรงกับเส้นทางชีวิตของตัวเอง ในข้อเท็จจริงแล้ว มันคือชื่อกลุ่มอาการของโรคที่ผมรู้ว่า…ผมเกิดมาพร้อมกับมัน พอเลิกเรียนผมเลยเดินเข้าไปหาเขาแล้วบอกว่า “ไม่เคยมีใครพูดถึงเรื่องนี้ให้ผมฟังมาก่อนเลย ผมรู้สึกเหมือน #ตัวคนเดียว มาตลอดบนโลกใบนี้ แล้วจู่ๆ คุณก็มาพูดถึง…”สิ่งที่ผมอยากรู้มาตลอดชีวิต”
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) คุณบอกว่าเรื่องนี้มันย้อนไปตั้งแต่จุดเริ่มต้นเลย คุณรู้ตัว… ตอนนั้นคุณรู้อะไร เห็นอะไร หรือรู้สึกอย่างไรบ้าง?
.
(ไทเกอร์) สิ่งที่ผมรู้คืผม #ไม่เหมือน เด็กคนอื่น แน่นอนว่าเด็กคนอื่นได้ไปเที่ยวพักผ่อนช่วงปิดเทอมฤดูร้อน แต่ผมต้อง #ไปโรงพยาบาล ทุกหน้าร้อน และผม…
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) หมายความว่าคุณมีอวัยวะเพศของทั้งชายและหญิง? มีอวัยวะเพศภายนอกที่อยู่ก้ำกึ่งระหว่างชายกับหญิง หมายความว่าคุณมีทั้งอวัยวะเพศชายและอวัยวะเพศหญิง
.
(ไทเกอร์) หรือจุดเริ่มต้นของทั้งสองอย่าง
ไม่เชิงว่าเป็นอวัยวะเพศชายที่สมบูรณ์หรืออวัยวะเพศหญิงที่สมบูรณ์หรอกครับ
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) ตอนนั้นคุณคิดว่ามันแปลกไหม หรือคุณแค่ยอมรับมันไป? เออ… หรือว่าคุณไม่รู้เลย?
.
(ไทเกอร์) ผมไม่รู้เลยครับ สิ่งเดียวที่ผมรู้คือต้องไปโรงพยาบาลทุกหน้าร้อนเพื่อให้ศัลยแพทย์ตกแต่งจัดการเคลียร์เรื่องนี้ให้
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) แต่ฉันกำลังคิดว่า พอคุณอายุสัก 21 ปี… หมายถึง ก่อนหน้านั้นเด็กผู้ชายก็ต้องเคยเห็นเด็กผู้ชายคนอื่นไม่ใช่เหรอ? พวกเขาเล่นด้วยกัน… คุณคิดว่า…หมายถึง ตอนคุณโตขึ้นมาในชั่วโมงพลศึกษา คุณไม่เห็นเด็กผู้ชายคนอื่นเลยเหรอ?
.
(ไทเกอร์) ผมไม่ได้เข้าเรียนวิชาพละครับ
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) อ๋อ… แปลว่าคุณไปเล่นโลดโผนไม่ได้เพราะอยู่ระหว่างช่วงพักฟื้นของแต่ละศัลยกรรม แล้วเด็กผู้ชายคนอื่นล่ะ ปกติเด็กผู้ชายก็ต้องเข้าห้องน้ำชายด้วยกันไม่ใช่เหรอ?
.
(ไทเกอร์) ผมไม่ได้ใช้ห้องน้ำชายครับ
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วคุณใช้ห้องน้ำไหนล่ะ?
.
(ไทเกอร์) ห้องน้ำอาจารย์ครับ
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) โอเครู้เรื่อง…ใช้ห้องน้ำอาจารย์ แปลว่าพ่อแม่ของคุณก็ต้อง #รู้เรื่องนี้ อย่างแน่นอน และฉันเดาว่าพวกเขานี่แหละที่เป็นคนปกป้องคุณ คอยทำเรื่องประสานงานกับครูใหญ่เพื่อให้คุณได้ใช้ห้องน้ำอาจารย์ที่โรงเรียน แล้ว พวกเขาบอกเรื่องนี้กับคุณอย่างไร? หรือพวกเขาปฏิบัติ… ปฏิบัติต่อคุณแตกต่างจากที่พ่อแม่คนอื่นทำกับลูกชายอย่างไรบ้าง?
.
(ไทเกอร์) มันพูด ยากนะครับว่าพ่อแม่ปฏิบัติต่อผมแตกต่างอย่างไร ผมคิดว่าพวกเขาทำทุกวิถีทางเพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นชายให้ เช่น พ่อส่งผมเข้ายิมตอนอายุประมาณ 11 ขวบ และผมก็ยกเวทออกกำลังกายมาตลอดตั้งแต่นั้น แล้วก็ทำกิจกรรมแบบเด็กผู้ชายหลายอย่าง แต่เล่นกีฬาแข่งขันไม่ได้ และเล่นกีฬาที่มีการปะทะไม่ได้เลย เพราะในช่วงระหว่างการผ่าตัดแต่ละครั้ง…มันจะมีความกลัวอย่างมากว่า การผ่าตัดครั้งล่าสุดจะพังหรืออักเสบจากการเล่นรุนแรงแบบนั้น
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) เกิดอะไรขึ้นในห้องผ่าตัดบ้างในทุกๆ หน้าร้อน?
.
(ไทเกอร์) สิ่งที่พวกเขาพยายามทำคือการ #สร้างอวัยวะเพศชาย ขึ้นมา และ #ตัดส่วนที่หลงเหลือ ของเพศหญิงออกไปครับ
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วพวกเขาใช้วิธีไหนในการสร้างอวัยวะเพศชายขึ้นมา?
.
(ไทเกอร์) ก็อย่างเช่นการปลูกถ่ายผิวหนัง (Skin graft) โดยเอาผิวหนังมาจากท้องแขน และก็… การเย็บตกแต่งเนื้อเยื่อเพื่อให้ดูมีความเป็นชายมากขึ้น หรือดูเป็นผู้หญิงมากขึ้นในบางจุด
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) ตอนนี้ขอย้อนกลับไปช่วงวัยเด็กของคุณหน่อย—เล่าถึงเหตุการณ์หรือสถานการณ์บางอย่างให้เราฟังสักเรื่อง เพื่อให้พวกเราเข้าใจภาพมากขึ้นหน่อย แน่นอนว่าตอนนั้นคุณยังไม่รู้เรื่อง… ใช่ไหม? สรุปคือวัยเด็กของคุณก็ดำเนินไปอย่างปกติเท่าที่คุณรับรู้ในตอนนั้นใช่ไหม?
.
(ไทเกอร์) ผมคิดว่ามันเป็น #ความน่ากลัว มากกว่าความปกตินะครับ เพราะผมไม่สามารถเป็นเหมือนเด็กผู้ชายคนอื่นได้ มัน #มีข้อห้าม เต็มไปหมด…
.
อย่างเช่น คุณครูจะยอมให้ผมเล่นกีฬาบางอย่างแต่ใช้กติกาของผู้หญิง เพราะมันไม่ต้องปะทะรุนแรง ซึ่งนั่นทำให้เด็กผู้ชายคนหนึ่งสับสนมาก ที่ต้องพยายามคิดว่าตัวเองเป็นเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิง ในเมื่อไม่ได้ไปคลุกคลีกับเพศไหนจริงๆ จังๆ เลย สุดท้ายผมเลยไปเล่นกับเด็กผู้หญิง…
.
(ไทเกอร์) แต่สิ่งหนึ่งที่ช่วยไว้คือ… ผมมีกล้ามเนื้อค่อนข้างกำยำมาตลอด เด็กผู้ชายคนอื่นเลยไม่ค่อยมาแกล้งหรือยุ่งกับผมเท่าไหร่ครับ
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) อ๋อ ยอดเลย คุณดูแลตัวเองได้ แต่ฉันก็ยังสงสัยนะ คุณบอกว่ามันใช้เวลานานมากเวลากว่าที่คุณจะค้นพบความจริง และเมื่อในที่สุดคุณได้รู้ความจริงแล้ว ความรู้สึกตอนนั้นมันเป็นอย่างไร? มันเหมือนกับว่า… “นี่เราเป็นตัวประหลาด แตกต่าง หรือพิลึก” หรือเปล่า?
.
(ไทเกอร์) ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็น #ตัวประหลาด#แตกต่าง และ #พิลึก มาตลอดครับ เพราะสัญญาณรอบตัวมันบอกแบบนั้น คุณก็รู้… ผมไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ร่วมกับคนที่เหมือนผม และแน่นอนว่ารอบตัวก็ไม่มีใครที่เป็นเหมือนผมเลย แต่พอ…
.
พอรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และเริ่มหาหนังสือมาอ่าน ผมรู้สึกเหมือนในที่สุดผมก็เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตตัวเอง ในที่สุดก็รู้ว่าต้องการจะทำอะไรต่อไปในชีวิต #ในที่สุด ผมก็เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองหลังจากผ่านมาหลายปี และมัน #ทำให้ผมมี เป้าหมายที่ชัดเจนขึ้นมาครับ
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วเป้าหมายนั้นคืออะไรล่ะ? คุณอยากทำอะไรหลังจากรู้ความจริงแล้ว?
.
(ไทเกอร์) ฉัน #อยากทำให้เด็ก คนอื่นๆ ที่เติบโตมาเหมือนฉันได้เห็นชัดเจนว่า มัน #ไม่จำเป็นเลย ที่คุณจะต้องคิดสั้นฆ่าตัวตายทันทีที่เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ เพียงเพราะคุณตระหนักว่า…ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม คุณอาจจะรู้สึกบกพร่องทางเพศสภาพหรือทางสังคม
.
#เนื้อหาส่วนที่2#เกิดมาพร้อมภาวะเพศกำกวม (Born A Hermaphrodite)
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) นี่หมายความว่าคุณไม่ได้มีแค่ลักษณะภายนอกที่ก้ำกึ่ง แต่คุณมีรังไข่ด้วยหรือเปล่า? และเมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ คุณมีหน้าอกขึ้นมาไหม? หมายถึง เด็กบางคนที่เกิดมาพร้อมกลุ่มอาการเพศกำกวมจะเป็นแบบนั้น ตัวคุณเป็นไหม?
.
(ไทเกอร์) ผมไม่ได้เป็นแบบนั้นครับ แต่อาการของภาวะเพศกำกวมมันมีขอบเขตกว้างมาก ผมไม่มีรังไข่ครับ ไม่มีเลย ผมมีอัณฑะ แต่ตอนเกิดมามันไม่ได้เห็นเด่นชัด มันยังคงอยู่ด้านในตรงจุดเริ่มต้นตามหลักคัพภวิทยา (Embryology /วิทยาเอ็มปริโอ)
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วตอนนี้ทุกอย่างได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้วหรือยัง หรือคุณยังต้องเข้ารับการผ่าตัดอยู่เรื่อยๆ?
.
(ไทเกอร์) ผมสามารถเข้ารับการผ่าตัดเพิ่มได้ทุกเมื่อครับ
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) แต่หมายความว่าคุณ “จำเป็น” ต้องผ่าอีกไหม หรือมันเป็นแค่ทางเลือกว่าจะทำหรือไม่ทำ?
.
(ไทเกอร์) เป็นทางเลือกครับว่าจะทำเมื่อไหร่
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) เพื่อทำอะไรล่ะ? หมายถึง ตอนนี้ร่างกายของคุณเข้าที่เข้าทาง หรือได้รับการซ่อมแซม (หรือจะเรียกว่าอะไรก็แล้วแต่) อยู่ในระดับไหนแล้วในปัจจุบัน?
.
(ไทเกอร์) ผมขอใช้คำว่า “ได้รับการซ่อมแซมแล้ว” ละกันครับ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าใช้คำพูดของหัวหน้าแผนกศัลยศาสตร์ระบบทางเดินปัสสาวะที่โรงพยาบาล San Francisco General…
เขาเพิ่งบอกผมเมื่อไม่นานมานี้ว่า ในสายตาของเขา ผมเพียบพร้อมไม่ต่างจากผู้ชายคนอื่นๆ เลยครับ
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วตัวคุณล่ะ เชื่อแบบนั้นไหม?
.
(ไทเกอร์) ฉันเชื่ออย่างนั้นครับ
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) ดีจัง…
.
ย้อนกลับมาที่พ่อแม่ของคุณอีกครั้ง เพราะฉันทึกทักเอาว่า พอคุณรู้ความจริงจากการเรียนในห้องเรียน คุณก็น่าจะมีความโกรธ…
.
โกรธพ่อแม่ที่ปิดบังเรื่องนี้จากคุณ ที่คอยจัดการโน่นนี่เบื้องหลังทั้งหมด จนรู้ตัวอีกที… อ้าว! นี่คือเหตุผลที่…
.
นี่คือเหตุผลที่ฉันต้องไปใช้ห้องน้ำอาจารย์ เหตุผลที่ฉันต้องไปเล่นกับเด็กผู้หญิง เหตุผลที่ฉันต้องอยู่โรงพยาบาลตลอดทั้งฤดูร้อน เหตุผลที่พ่ออาจจะเคยพูดล้อเล่นเรื่องนั้นเรื่องนี้…
.
เล่าให้ฟังหน่อยสิว่า ตอนที่ความจริงมันประดังเข้ามา แล้วคุณตระหนักได้ว่าพ่อแม่ทำอะไรกับคุณไว้บ้าง ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น?
.
(ไทเกอร์) ตอนที่ความจริงมันถาโถมเข้ามา สิ่งที่ผมต้องการทำคือการได้พูดคุยกับใครสักคนที่ยอมพูดตอบกลับมา ผมเลยไปหาพ่อแม่เพื่อขอเข้ารับการบำบัดทางจิตวิทยา (Psychotherapy) แต่พวกเขาปฏิเสธครับ
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วคุณพูดอะไรกับพ่อแม่ล่ะ? ในวันที่คุณกลับบ้านไปพร้อมกับความจริงที่เพิ่งค้นพบ คุณเดินเข้าไปหาพวกเขาแล้วพูดอย่างไรว่า “ฉันรู้เรื่องหมดแล้ว”?
.
(ไทเกอร์) สิ่งที่ฉันพูดคือ “ผมต้องการ… คือตอนนี้ฉันกำลังแย่ รู้สึกไม่ดีเลย ผมได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ มากมายพร้อมกันเร็วเกินไป และผมต้องการความช่วยเหลือเพื่อรับมือกับมัน ผมต้องการความช่วยเหลือทางจิตวิทยา”
.
และพวกเขาก็ตระหนกตกใจกันมาก เพราะนี่คือความลับ… ความลับที่คนหลายคนพยายามทำงานอย่างหนักเพื่อปิดบังเด็กคนนี้มาตลอด 21 ปี
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) ใช่ แล้วพวกเขาก็คิดว่าปิดได้มิดมาตลอดแน่ๆ
.
(ไทเกอร์) ผมสงสัยว่าในใจลึกๆ พวกเขาคงรู้อยู่แล้วแหละว่าสักวันผมก็ต้องรู้…
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วเรื่องการไปมีเซ็กซ์กับเด็กผู้หญิงหรือคนอื่นล่ะ? ฉันเดาว่าคุณคงไม่ได้มีเลยจนกระทั่ง… จริงๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้น?
.
(ไทเกอร์) เพราะการผ่าตัดทั้งหมดที่ผ่านมา ผมถูกฝึกมาให้แต่งตัวและอยู่ห่างๆ จากอวัยวะเพศของตัวเองอย่างสิ้นเชิง แต่ตอนอยู่ค่ายลูกเสือ (Boy Scouts) เด็กผู้ชายคนอื่นเขาเริ่มช่วยตัวเองกันแล้ว และผมมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งในกลุ่มลูกเสือ เขามาบอกว่าเขากำลังจะไปทำเรื่องอย่างว่านี้
ผมก็เลยถามว่า “เออ มันคืออะไรเหรอ? นายกำลังจะไปทำอะไรน่ะ?” เพื่อนก็ถามกลับว่า “อ้าว นี่นายไม่รู้เหรอ?” ผมบอก “ไม่รู้ดิ” เขาก็เลยอธิบายกระบวนการกิจกรรมนั้นให้ฟัง พอผมกลับมาบ้านก็เลยลองทำดู และแน่นอนว่ามันทำให้ฉันสนใจในแง่… แง่วิชาการขึ้นมาทันที
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) แต่มันน่าสนใจสำหรับคุณแน่ๆ… นี่เป็นการอธิบายที่ยอดเยี่ยมและดีมาก มันทำให้คุณสนใจ แต่คุณไม่ได้… ป้องกันตัวเองได้ดีนักใช่ไหม?
.
(ไทเกอร์) ทันทีที่ผมรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และรู้ว่าผมสามารถไปทำสิ่งนี้กับคนอื่นได้ด้วย มันเหมือนกับ… ไม่สิ มันเหมือนการค้นพบบางสิ่งที่สำคัญมากๆ… เป็นการค้นพบเรื่อง “เซ็กซ์” น่ะครับ
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) ใช่… แล้วตอนนั้นคุณชอบผู้ชายหรือผู้หญิง หรือชอบทั้งคู่ หรือชอบแบบไหน?
.
(ไทเกอร์) ตอนนั้นขอแค่เป็นคนที่เดินได้ ผมสนใจหมดเลยครับในช่วงสองสามปีแรก
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) งั้นแปลว่าตอนนั้นคุณเป็นไบเซ็กชวล (Bisexual) ใช่ไหม? คือแบบ… ใครก็ได้ ไม่เกี่ยง?
.
(ไทเกอร์) ใช่ครับ ตอนนั้นไม่สำคัญเลย
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) คุณมีความสุขกับการมีเซ็กซ์กับทั้งสองเพศ?
.
(ไทเกอร์) ใช่ครับ กับผู้คน (หัวเราะ)
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) คุณมีความสุขกับการมีเซ็กซ์กับผู้คน… เรื่องนั้นมันกวนใจคุณ หรือทำให้คุณสับสนบ้างไหม? แล้วคุณจัดการสะสางความสับสนนั้นอย่างไร?
.
(ไทเกอร์) ตอนนั้นผมพาตัวเองเข้ารับการบำบัด แม้ว่าพ่อแม่จะปฏิเสธก็ตาม โดยใช้บริการของหน่วยงานในเครือ UCLA และผมได้พูดคุยปรึกษาเรื่องนี้กับจิตแพทย์
.
นี่คือสิ่งที่ผมอยากทำ คือการได้อยู่กับผู้ชายพอๆ กับผู้หญิง และจิตแพทย์สองคนที่ผมไปพบก็เห็นพ้องด้วยกับเรื่องนี้ ผมจึงได้คบหากับทั้งผู้ชายและผู้หญิงมากมายในช่วงสองสามปีแรกที่ผมเริ่มรู้จักเซ็กซ์
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) ที่ทำไปแบบนั้น เป็นเพราะคุณแค่สนุกกับเซ็กซ์ หรือคุณกำลังพยายามจะพิสูจน์บางอย่าง หรือไม่ได้ต้องการพิสูจน์อะไรเลย?
.
(ไทเกอร์) ผมแค่พยายามจะตามให้ทันครับ… พยายามตามสิ่งที่ขาดหายไปให้ทัน
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) แต่ตอนนั้นคุณอายุ 21 ใช่ไหม?
.
(ไทเกอร์) จริงๆ ช่วงนั้นอยู่ระหว่างอายุ 15 ถึง 21 ปีครับ
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วในที่สุดคุณคลี่คลายความขัดแย้งภายในเรื่องรสนิยมทางเพศอย่างไร? คุณต้องผ่านกระบวนการอะไรบ้างกว่าจะไปถึงจุดนั้น?
.
(ไทเกอร์) ผมเข้ารับการบำบัดมาประมาณ 10 ปีแล้วครับ และกระบวนการที่ผมทำเพื่อคลี่คลายเรื่องนี้คือการจัดการกับมันในเซสชันบำบัด และสิ่งที่ผมค้นพบคือ…ผมมีความสุขที่สุดในฐานะ เกย์ (Gay male) ครับ
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) คุณมีความสุขในฐานะเกย์… งั้นตอนนี้คุณไม่ได้มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงแล้วใช่ไหม?
.
(ไทเกอร์) ไม่มีความสัมพันธ์แบบนั้นกับผู้หญิงแล้วครับ ตั้งแต่อายุประมาณ 21 ปี
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) เดี๋ยวช่วงหน้าเรากลับมาคุยเรื่องพ่อแม่ของคุณกันต่อ เพราะเมื่อกี้เราข้ามประเด็นนั้นไป และคุณ… ใช่ คุณกำลังจะเริ่มเล่าเรื่องราว…
.
เรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันที่คุณบอกความจริงกับพวกเขา ฉันอยากรู้ว่าทำไมพวกเขาถึงไม่ยอมให้คุณไปบำบัด และฉันอยากรู้ว่าคุณเคยคิดจะฆ่าตัวตายไหม และเราจะกลับมาคุยเรื่องนี้กัน…หลังจากพักโฆษณา แน่นอนว่าหลายๆ ท่านที่กำลังฟังเรื่องราวของฮาเวิร์ดอยู่อาจจะเชื่อมโยงกับสิ่งที่เขาพูดได้ บางทีบางท่านอาจเกิดมาพร้อมความทุกข์ทรมาน…จากความผิดปกติทางเพศ หรือเคยมีประสบการณ์บางอย่างแบบที่ ฮาเวิร์ดได้แบ่งปันกับเราในเช้าวันนี้ เราอยากฟังเรื่องราวของคุณ โทรมาได้ที่ 481-1313 แล้วเรา…จะกลับมาพูดคุยกันต่อในรายการ People are Talking
(ดนตรี / เสียงปรบมือ)
.
#เนื้อหาส่วนที่3#มุมมองทางการแพทย์และสังคม (ร่วมกับ ดร.จอห์น มันนี่)
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) ต้อนรับกลับเข้าสู่รายการ People are Talking กับเรื่องราวของ ฮาเวิร์ดชายผู้เกิดมาพร้อมอวัยวะเพศของทั้งชายและหญิง ย้อนกลับไปตอนที่คุณคุยกับพ่อแม่…
พวกเขาดูโกรธมากที่คุณค้นพบเรื่องนี้ อารมณ์ความรู้สึกตอนนั้นมันพุ่งพล่านในตัวคุณอย่างไรบ้าง เมื่อคุณตระหนักถึงสิ่งที่พวกเขาปิดบังคุณมาตลอดเวลา ทั้งเรื่องการจัดการเบื้องหลังที่คุณไม่ได้ไปแม้กระทั่ง…ไม่ได้เข้าห้องน้ำปกติ แต่ต้องไปเข้าห้องน้ำอาจารย์ และเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย?
.
(ไทเกอร์) ตอนนั้นผมโกรธมากครับ แล้วก็เสียใจมากๆ ด้วยที่พวกเขาไม่พร้อมจะสนับสนุนการดูแลรักษาใดๆ ให้ผมเลย…เมื่อเทียบกับความโกรธและความเสียใจขั้นรุนแรงที่ผมกำลังเผชิญอยู่
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) มันเป็นการทะเลาะกันไหม? มันเป็นฉากประเภทแบบ “ลูกทำแบบนี้กับพ่อแม่ได้ยังไง” หรือ “โอ้พระเจ้า ลูกทำอะไรลงไป” อะไรทำนองนั้นไหม?
.
ฉากแย่ๆ แบบที่คุณไม่อยากให้เกิดกับพ่อแม่เลยน่ะ?
.
(ไทเกอร์) มันไม่มีฉากประเภทนั้นเลยครับ แต่มันเป็นสถานการณ์ที่เห็นได้ชัดเจนมากว่าพวกเขาก็กำลังเผชิญกับความรู้สึกผิด (Guilt) อย่างรุนแรงเช่นกัน และรู้สึกแย่มากกับสิ่งที่เกิดขึ้น มีการร้องไห้และเสียใจอย่างมาก…
.
สิ่งที่พวกเขาจับความรู้สึกได้ในตอนนั้นคือ พวกเขาแค่อยากปกป้องลูกน้อยของตัวเอง แม้ว่าตอนนั้นฉันจะไม่ใช่เด็กทารกอีกต่อไปแล้วก็ตาม
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) แต่สำหรับพวกเขาแล้ว… ฉันเดาว่าคุณก็ยังเป็นเด็กสำหรับเขาเสมอใช่ไหม?
.
(ไทเกอร์) ใช่ครับ ผมเป็นลูกคนเล็กของบ้าน แต่ผมคิดว่าสิ่งที่พวกเขาต้องการจริงๆ คือการปกป้องผม และคอยดูแลไม่ให้ผม…ต้องผ่านความเจ็บปวดมากมาย และในขณะเดียวกัน พวกเขาเองก็อาจจะอยากปิดหูปิดตาตัวเองด้วย เพราะมันเป็นเรื่องยากที่พ่อแม่จะรับมือได้
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วพวกเขามีความรู้สึกทำนองว่าคุณเป็นคน “อกตัญญู” บ้างไหม? จากข้อเท็จจริงที่ว่าคุณต้องการจะขุดคุ้ยเรื่องนี้ต่อ ทั้งๆ ที่พวกเขาอยากปล่อยให้มันจบๆ ไป พวกเขามีความรู้สึกแบบนั้นบ้างไหม?
.
(ไทเกอร์) ผมคิดว่าพวกเขาอาจจะมีความรู้สึกแบบนั้น หลังจากที่ผมไปติดต่อขอรับบริการบำบัดทางจิตวิทยาด้วยตัวเองครับ เพราะความรู้สึกของพวกเขาคือ ถ้าผมมีปัญหา ฉันควรจะ…สามารถพูดคุยกับพวกเขาได้ แต่หลังจากผ่านความอัดอั้นทั้งหมดที่สะสมมาจากการที่ผมต้องดิ้นรนหาคำตอบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ผมไม่คิดว่าพวกเขาคือคนที่ผมควรจะพูดด้วยอีกต่อไปแล้วครับ
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) เรื่องนั้นทำให้คุณรู้สึกเศร้าไหม หรือรู้สึกว่าคุณพึ่งพาพ่อแม่ไม่ได้จริงๆ?
.
(ไทเกอร์) มันทำให้ผมรู้สึกว่า ถ้าพวกเขา #โกหกผม_เรื่องใหญ่ขนาดนี้ มาเป็นเวลานาน…
.
…แล้วผมจะยังสามารถ #เชื่อใจพวกเขา ในเรื่องไหนได้อีกบ้าง? แน่นอนว่า…
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) ขอโทษที่ขัดจังหวะนะ แต่ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าหลังจากค้นพบความจริงแล้ว มันมีช่วงเวลาที่คุณต้องมีความรู้สึกไม่มั่นใจอย่างรุนแรงเกี่ยวกับตัวเองไหมว่า “เราเป็นใคร เราคืออะไร และบทบาทของเราคืออะไรกันแน่?” หมายถึง…
.
…มันเป็นเรื่องที่สับสนมากเลยนะ ฉันคิดว่าคุณน่าจะเคยผ่านจุดนั้นมาใช่ไหม?
.
(ไทเกอร์) ใช่ครับ แน่นอนเลย แต่ตอนนี้ไม่เป็นแบบนั้นแล้วครับ ไม่เป็นแล้ว แต่ ณ เวลานั้นน่ะใช่เลย มันน่ากลัวมาก และผมต้องการ…ต้องการการจัดระเบียบความคิดและความช่วยเหลืออย่างมากจากนักจิตบำบัด เพื่อทำความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น และผมจะเดินหน้าต่อไปทางไหน คุณพูดถึงเรื่องการฆ่าตัวตาย และแน่นอนว่านั่นคือสิ่งที่ผมเคยคิดถึงมัน…อย่างจริงจังมาก เพราะผมรู้สึกไม่เข้าพวกกับที่ไหนเลย ไม่มีใครให้พูดคุยด้วยเลย
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) ตอนที่คุณคิดจะฆ่าตัวตาย (หรือถ้าคุณสามารถดึงความรู้สึกในตอนนั้นออกมาได้นะ ซึ่งฉันรู้ว่าคุณผ่านการบำบัดและฝึกเชื่อมโยงกับอารมณ์ตัวเองมา 10 ปีแล้ว)…แต่ ณ จุดนั้นในชีวิตของคุณ ตอนที่คุณสิ้นหวังที่สุด และ…และพร้อมที่สุดที่จะจบชีวิตตัวเอง ตอนนั้นคุณรู้สึกอย่างไร? ชีวิตคุณอยู่ตรงไหน และคุณรู้สึกอย่างไรกับจุดที่คุณยืนอยู่ ณ เวลานั้น?
.
(ไทเกอร์) ผมคิดว่าเมื่อกี้มีคนพูดคำว่า “ตัวประหลาด” (Freak) ออกมา และแน่นอนว่าฉันรู้สึกแบบนั้นเลยครับ ผมรู้สึกเหมือนตัวเองไม่เข้าพวก…
.
…เหมือนไม่มีเพื่อน #ไม่มีคนอื่นเหมือนเรา ไม่มีใครให้คุยด้วย ไม่มีใครเข้าใจ และแน่นอนว่าคนที่ผมเคยเข้าหาอย่างคุณหมอ…หรือพ่อแม่ของผมเอง ต่างก็ทำดีที่สุดเพื่อปิดบังข้อมูลนี้ไม่ให้ผมรู้ ผมเลยรู้สึกว่า ถ้าเรื่องนี้มันแย่ขนาดที่คนที่ผมเชื่อใจมานานแสนนานขนาดนี้ยังไม่อยากบอกผม…งั้นมันก็อาจจะไม่คุ้มที่จะอยู่ต่อเพื่อดูว่าชีวิตที่เหลือจะเป็นอย่างไร การต้องแบกรับคำโกหกที่ยาวนานถึง 21 ปีมันเป็นเรื่องยากที่จะก้าวผ่านจริงๆ ครับ
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) มันยากจริงๆ นั่นแหละ…
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วคุณเคยไปถึงขั้นลงมือพยายามฆ่าตัวตายจริงๆ ไหม?
.
(ไทเกอร์) ไม่ครับ ผมไม่เคยไปถึงขั้นลงมือจริงจัง…แต่แน่นอนว่าผมใช้เวลาคิดถึงมันเยอะมาก และมันเป็นความคิดที่ค่อนข้างเคร่งเครียดและจริงจังมาก
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) ตอนนั้นคือคุณไม่ชอบตัวเองเลยงั้นเหรอ?
.
(ไทเกอร์) มันยากที่จะประเมินคุณค่าของตัวเองน่ะครับ
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) ทั้งที่คุณก็เป็นผู้ชายหน้าตาดีนะ ดูสิ เป็นนักยกน้ำหนัก มีสิ่งดีๆ หลายอย่างในตัว แต่คุณกลับรู้สึกว่าตัวเอง “ถูกหลอกลวง” ใช่ไหม? นั่นคือสิ่งที่คุณค้นพบใช่ไหม? หรือรู้สึกไร้ค่าด้วย?
.
(ไทเกอร์) รู้สึกไร้ค่าด้วยครับ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือ…รู้สึกเหมือนเป็น “ตัวประหลาด”
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) ในตอนนั้น สรุปคือ คุณมองตัวเองแล้วพูดว่า “ฉันเป็นตัวประหลาด นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตฉันกันแน่” คุณพูดกับตัวเองแบบไหนบ้าง? ฉันนึกภาพไม่ออกเลย…
.
(ไทเกอร์) ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสิ่งมีชีวิตมาจากดาวดวงอื่นเลยครับ หมายถึง มันไม่มีใครรอบตัวให้คุยด้วยเลย ไม่มีที่ไหนให้เราเข้าพวก ไม่มีใครที่เหมือนเรา และนั่น #มันโดดเดี่ยวมาก
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วทำไมพ่อแม่คุณถึงไม่ยอมให้ไปบำบัดล่ะ? หมายถึง คุณต้องเคลียร์เรื่องคำโกหก 21 ปีนี้เลยนะ… ฉันคิดว่าเรื่องนี้คุณตอบได้ดีที่สุด…
.
(ไทเกอร์) ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องของความกลัวครับ
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) เอาล่ะ วันนี้พ่อแม่ของคุณอยู่ที่ลอสแอนเจลิส ฉันยินดีกับคุณด้วย… แล้วพวกเขาดีใจกับสิ่งที่คุณเป็นไหม?
.
พวกเขาดีใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณตลอด 10 ปีที่ผ่านมาไหม? ตอนนี้พวกเขาพอใจกับการบำบัดและสิ่งที่คุณทำกับชีวิตตัวเองหรือยัง?
.
(ไทเกอร์) ผมคิดว่าพวกเขาตั้งใจและมีความสุขมากกับสิ่งที่เป็นไปในเป้าหมายอาชีพของผม ซึ่งเป็นผลมาจากการบำบัด และพวกเขาสามารถภูมิใจในตัวฉันได้ในจุดนี้ แต่ถ้าคุณเชื่อว่า…
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) ขอโทษนะ คุณเชื่อไหมว่าความภูมิใจที่พวกเขามีให้คุณนั้นมันจริงใจ หรือคุณยังคงมีความเคลือบแคลงสงสัยอยู่ตลอดเวลา? เพราะคุณมีตราบาปที่ลบไม่ออกจากวิธีที่พ่อแม่ปฏิบัติต่อคุณมาตลอดยาวนานถึง 21 ปี…ดังนั้น ต่อให้พวกเขาพูดว่า “ฮาเวิร์ด พ่อแม่รักลูกนะ พ่อแม่ภูมิใจในตัวลูก” คุณเชื่อมันจริงๆ ไหม หรือพวกเขาก็แค่ “อยากจะเชื่อ” แบบนั้น?
.
(ไทเกอร์) ผมอยากจะเชื่อแบบนั้นครับ และโดยทั่วไปผมก็เชื่อนะ แต่คุณต้องตระหนักด้วยว่ามันไม่ได้มีแค่พ่อแม่ของผม หมายถึง คนทุกคนที่ผมเคยให้ความไว้วางใจในชีวิต…และฉันให้ความไว้วางใจอย่างมากกับคุณหมอเหล่านั้น รวมถึงพยาบาลในตึกผู้ป่วย
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) พวกเขาโกหกคุณใช่ไหม?
.
(ไทเกอร์) ใช่ครับ แน่นอนเลย และพวกเขาหันหลังให้ผม…เวลาที่ผมถามคำถามบ่อยมาก
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วคุณต้องเผชิญกับความเจ็บปวดทางกายอย่างมากด้วยใช่ไหมจากการผ่าตัด? ความรู้สึกตอนนั้นมันเป็นอย่างไร? เจ็บปวดตรงไหนบ้าง?
.
(ไทเกอร์) มันไม่ได้เจ็บตอนที่ฉันขอรับยาแก้ปวดครับ แต่น่าเสียดายที่สิ่งนั้นกลายเป็นนิสัยที่ในเวลาต่อมามันแก้ยากมาก เพราะตอนที่ฉันออกจาก…
.
ออกจากโรงพยาบาล ฉันมักจะไขว่คว้าหาความรู้สึกเคลิ้มสุข (High) แบบนั้น
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) ยาประเภทไหนที่คุณกินแล้วรู้สึกดี? สรุปคือคุณกลายเป็นคนติดยาในโรงพยาบาล นั่นคือสิ่งที่คุณกำลังจะบอกใช่ไหม?
.
(ไทเกอร์) ผมคิดว่าผลจากการอยู่โรงพยาบาลบ่อยๆ พฤติกรรมการเสพติดจึงกลายเป็นสิ่งที่ผมถูกดึงดูดเข้าหา
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) และคุณก็หันมาใช้ยาเสพติดภายนอกโรงพยาบาลด้วยใช่ไหม? ตอนนี้คุณยังใช้อยู่ไหม? คุณใช้ยาอะไรบ้างข้างนอกนั่น? มีพวกยาตื่นตัว (Uppers) ไหม?
.
(ไทเกอร์) ผมสูบกัญชาเยอะมากครับ แล้วก็ใช้ยาประเภทกระตุ้นประสาทหลายอย่าง เช่น เมทแอมเฟตามีน (Methamphetamine) และโคเคน อะไรทำนองนั้น แล้วก็มีพวกควาลูด (Quaaludes) ที่เป็นยากดประสาท (Downers)
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) ของพวกนั้นมันไม่ดีต่อคุณเลยนะ
.
(ไทเกอร์) ใช่ครับ มันไม่ดีเลย และการจะเลิกมันได้… ผมรู้ตัวดีว่ามันส่งผลเสียต่อผม
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วคุณค้นพบได้อย่างไรล่ะ? หมายถึง คนส่วนใหญ่… ใครๆ ก็รู้ว่าการสูบบุหรี่มันไม่ดี แต่คนจำนวนมากก็ยังสูบอยู่ดี…
.
(ไทเกอร์) ผมคิดว่าตอนที่ผมเริ่มสังเกตเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเพื่อนๆ ในกลุ่มที่ใช้สารเสพติดพวกนี้ด้วยกัน… เกิดอะไรขึ้นกับจิมล่ะ? พวกเขาเริ่มป่วยหนัก บางคนก็เสียชีวิต คุณก็รู้ เวลาที่คนเราใช้ยาประเภทฉีดเข้าเส้น…
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) คุณเคยใช้แบบฉีดด้วยเหรอ?
.
(ไทเกอร์) เคยครับ…
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วคุณฉีดเป็นประจำเลยไหม หรือว่าไม่บ่อย?
.
(ไทเกอร์) ไม่ ไม่ได้ฉีดเป็นประจำครับ แต่ตอนนั้นผมฉลาดพอที่จะคิดได้และบอกตัวเองว่า “พอทีสำหรับเรื่องนี้”
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วคุณก็เลิกมันได้ด้วยตัวเองเลยใช่ไหม?
.
(ไทเกอร์) ใช่ครับ ผมกล้าพูดแบบนั้น และแน่นอนว่านี่คือปัญหาในหมู่คนเรียนแพทย์ (MDs) หลายคนเช่นกัน คือเมื่อ…เมื่อคุณได้รับยาบางชนิดฉีดเข้าไปในเส้นเลือด มันจะมีความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้น ซึ่งปฏิเสธได้ยากว่ามันอาจจะเป็นสิ่งที่มีความสุขที่สุดในโลก…และมันเป็นสิ่งที่น่าเสพติดมากๆ ในการที่จะคอยไขว่คว้าหาความรู้สึกแบบนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) เอาล่ะ ขอเชิญคำถามจากทางบ้านค่ะ
.
#เนื้อหาส่วนที่4#ความเข้าใจของสังคมและการยอมรับ

(ผู้ชมทางบ้าน) คำถามของฉันคือ ในฐานะที่เป็นทั้งคนเป็นแม่และเป็นพยาบาล ตอนที่ฉันโตขึ้นมา เรื่องเซ็กซ์หรือเพศสัมพันธ์ทุกอย่างมักถูกปิดเงียบ แต่ตอนนี้คุณกำลังบอกว่าพ่อแม่ของคุณไม่ได้เห็นด้วยจริงๆ หรือจากที่ฉันฟังคุณเล่า พวกเขายังไม่ได้ยอมรับเรื่องนี้เลยจริงๆ…แล้วในปัจจุบันนี้ คุณมีวิธีอย่างไรที่จะทำให้สาธารณชนหรือผู้คนยอมรับในภาวะที่คุณเป็นอยู่ และคุณมีวิธีอย่างไรที่จะทำให้ทุกคนเข้าใจเรื่องนี้ทั้งหมด?
.
(ไทเกอร์) แม่ของผมก็เป็นพยาบาลเหมือนกันครับ และเธอก็มีพื้นฐานความรู้เรื่องนี้ค่อนข้างดีทีเดียว…
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) โห เรื่องนั้นมันเหลือเชื่อมากเลยนะ หมายถึง เรื่องที่แม่คุณเป็นพยาบาล แต่ว่า…แต่พยาบาลคนอื่นๆ กลับไม่มีใครบอกคุณเลย คุณคิดว่า… หมายถึง คุณก็รู้ มันก็เหมือนกับวิธีที่คนส่วนใหญ่โตขึ้นมานั่นแหละ ไม่มีใครบอกคุณเรื่อง “นกกับผึ้ง” (The birds and the bees – สำนวนหมายถึงเรื่องเพศศึกษา/การกำเนิดชีวิต) หรอก คุณต้องไปรู้จากคนอื่นเอาเอง… เออ ขอโทษทีค่ะ เชิญต่อเลยค่ะ
.
(ไทเกอร์) ไม่เป็นไรครับ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผมมีในตอนนี้คือพื้นฐานความรู้จำนวนมาก และผมต้องทำหน้าที่ให้ความรู้ (Education) อย่างมากเวลาที่ผมบอกผู้คนเกี่ยวกับเรื่องนี้ นั่นจึงเป็นวิธีที่ผมทำให้คนอื่นเข้าใจได้ง่ายขึ้น…
.
…เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมและสิ่งที่ได้ผ่านพ้นมา แค่ใช้ทักษะการสื่อสารและคำพูดที่มีอยู่เพื่อให้พวกเขาสามารถเข้าใจมันได้อย่างชัดเจนครับ
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วพ่อแม่เคยเล่าเรื่อง “นกกับผึ้ง” ให้ฟังไหม? หมายถึง หลังจากที่คุณเรียกร้องหรือเปล่า?
.
(ไทเกอร์) ใช่ครับ ผมต้องเป็นฝ่ายเรียกร้องเอง
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) ตอนนั้นคุณอายุเท่าไหร่ตอนที่พ่อของคุณยอมนั่งลงคุยกับคุณ? คุณรู้ไหม พ่อได้คุยกับลูกชายแบบแมนๆ ไหมว่า “มานี่มาลูกชาย พ่อจะเล่าอะไรให้ฟัง” เหมือนที่พ่อคนอื่นทำกับลูกชายไหม? เพราะฉันเองก็พยายามเล่าเรื่องนี้ให้ลูกชายฟังเหมือนกัน แล้วพวกเขาก็บอกว่า “พ่อครับ ถ้าพวกเราต้องการคำแนะนำ เดี๋ยวพวกเราโทรหาเอง” (หัวเราะ) คุณได้นั่งลงคุยตอนอายุเท่าไหร่?
(ไทเกอร์) ตอนอายุประมาณ 16 ปีครับ… ในที่สุดผมก็โน้มน้าวให้พ่อยอมบอกได้สำเร็จ
(โอปราห์/ริชาร์ด) ทำไมคุณถึงพยายามโน้มน้าวเขาล่ะ? คุณอยากรู้อะไร และคุณพูดกับเขาว่าอย่างไรบ้าง? เช่น…
.
(ไทเกอร์) สิ่งที่ผมพูดกับเขาคือ “พ่อต้องเล่าเรื่องนกกับผึ้งให้ผมฟังตอนนี้เลยนะ” เพราะผมรู้ว่าพ่อเคยคุยเรื่องนี้กับพี่ชายของผมเมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้านั้นแล้ว
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) และคุณใช้คำว่า “นกกับผึ้ง” เลยเหรอ?
.
(ไทเกอร์)ใช่ครับ…เพราะผมต้องการทำให้บรรยากาศมันง่ายขึ้นหน่อย ไม่อยากให้ดูเป็นการเผชิญหน้าเกินไป และมันต้องใช้ความพยายามพอสมควร เพราะมันมีความรู้สึกเยอะมาก…ความรู้สึกที่ไม่อยากจะก้าวไปเร็วขนาดนั้นกับผม พวกเขาอยากเก็บผมไว้… ใช่ไหม? และตอนนั้นผมก็เริ่มออกไปทำกิจกรรมโน่นนี่แล้ว…
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) คุณเริ่มมีกิจกรรมทางเพศ (Sexually active) ตั้งแต่จุดนั้นเลยใช่ไหม? หมายถึง ตั้งแต่กลุ่มลูกเสือเป็นต้นมา?
.
(ไทเกอร์) ใช่ครับ…
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) เอาล่ะ เดี๋ยวเราจะกลับมาพร้อมกับคำถามเพิ่มเติม และมาพบกับ ดร.จอห์น มันนี่ นักเพศวิทยาชื่อดังระดับโลกกันค่ะ
(เสียงปรบมือ / ดนตรี)
.
#เนื้อหาส่วนที่5#บทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญ

(โอปราห์/ริชาร์ด) เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติจาก ดร.จอห์น มันนี่ จากมหาวิทยาลัย Johns Hopkins เขาคือนักเพศวิทยา (Sexologist) ชื่อดังระดับโลก และเคยมาออกรายการ People are Talking ก่อนหน้านี้แล้ว เขาคือผู้เชี่ยวชาญชั้นนำเกี่ยวกับความบกพร่องแต่กำเนิดของอวัยวะสืบพันธุ์ ยินดีต้อนรับกลับสู่รายการอีกครั้งค่ะ ดร.มันนี่
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) แน่นอนค่ะ… มีคนที่มีภาวะเพศกำกวม (Hermaphrodites) เกิดขึ้นในประเทศนี้จำนวนเท่าไหร่คะ?
.
(ดร.มันนี่) ไม่มีใครในสหรัฐอเมริกาเก็บสถิติเรื่องนี้ไว้เลยครับ ดังนั้นจึงไม่มีความแน่นอนแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ผมคิดว่าเราควรจะเก็บสถิตินะ…
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) ฉันเองก็คิดว่าควรจะเก็บสถิติเหมือนกันค่ะ แต่เราไม่ได้ทำ…
.
(ดร.มันนี่) ใช่ครับ เราไม่ได้ทำ ขอบคุณครับ มันอาจจะมีความถี่ใกล้เคียงกับกรณีของเด็กที่เกิดมาพร้อมภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ (Harelip and split palate) เพียงแต่ความบกพร่องนี้มันเกิดขึ้นในส่วนที่ซ่อนเร้นด้านล่าง…ซึ่งเกิดจากการขาดการปิดตัวที่สมบูรณ์ หรือขาดการเปิดช่องที่เหมาะสม ดังนั้นฉันจึงบอกได้ว่า… อย่างแรกเลย มันมีบางประเภทที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในมากๆ และประเภทเหล่านั้นเป็นที่รู้กันว่าจะพบได้ 1 ใน 500 ของการเกิดในทารกเพศชาย และ…
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วสิ่งที่จะเกิดขึ้นในกรณีนั้นคืออะไรคะ? ช่วยอธิบายหน่อยค่ะ
.
(ดร.มันนี่) ในกรณีเฉพาะเจาะจงนั้น โครโมโซมจะมีความผิดปกติ แทนที่จะเป็น 46 หรือ 47… แต่คุณกลับมีโครโมโซม X สองตัวและ Y ตัวหนึ่ง (XXY) ทั้งที่จริงๆ คุณควรจะมีโครโมโซม X เพียงตัวเดียวและ Y ตัวหนึ่ง (XY) ดังนั้นคุณอาจเรียกมันว่า “ความแตกต่างของโครโมโซมเพศ” (Chromosomal Intersex) และในกรณีนั้น อวัยวะเพศชายจะปรากฏอยู่ แต่พัฒนาได้อย่างไม่สมบูรณ์และมีขนาดเล็กมาก
.
และในกรณีของภาวะเพศกำกวมอีกประเภทหนึ่ง… ซึ่งเป็นแบบที่ฮาเวิร์ดได้พูดถึง คุณจะมี ความผิดปกติทางกายวิภาค (Anatomical abnormality) จริงๆ ผมรู้ว่าคุณสนใจเรื่องตัวเลขนะ… ผมเดาว่ามันน่าจะอยู่ระหว่าง 1 ใน 2,500 ไปจนถึงขีดจำกัดสูงสุดที่ 1 ใน 10,000 ครับ
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) ตัวเลขเหล่านั้นมีความหมายในแง่ที่ว่า อย่างน้อยเราก็อยากจะรู้ว่ามีความถี่มากน้อยแค่ไหนที่ผู้คนเกิดมาพร้อมกับจุดเริ่มต้นของอวัยวะเพศของทั้งสองเพศ และคุณกำลังจะบอกว่ามันเกิดขึ้นค่อนข้างบ่อยใช่ไหมคะ?
.
(ดร.มันนี่) ใช่ครับ และเมื่อคุณเริ่มพูดถึงมัน มันน่าทึ่งมากที่คุณมักจะพบว่ามีใครบางคนที่มีญาติ หรือมีญาติที่รู้จักใครสักคนในหมู่บ้านที่พวกเขาเป็นแบบนี้…
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) แต่ทว่า มันไม่มี “ผู้ใหญ่ที่เป็นเพศกำกวม” (Adult hermaphrodites) เลยใช่ไหมคะ? เพราะพวกเขาต้องเลือกตั้งแต่เกิดว่าจะไปทางไหน…ว่าจะเลือกเป็นเพศชายหรือเพศหญิง และทำการตัดสินใจนั้น จากนั้นก็เย็บ ตกแต่ง หรือตัดออก หรืออะไรก็แล้วแต่ ขึ้นอยู่กับ… ใช่ไหมคะ?
.
(ดร.มันนี่) ในทางการแพทย์สมัยใหม่ทุกวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณอาศัยอยู่ใกล้ศูนย์การแพทย์ขนาดใหญ่ นั่นคือความพยายามที่พวกเขาทำครับ ใช่… แต่บางครั้งมันก็เกิดความผิดพลาดและยุ่งเหยิงมาก ดังเช่นที่เกิดขึ้นในกรณีของคุณ (ไทเกอร์) ซึ่งน่าเสียดายจริงๆ แต่ถ้าคุณอาศัยอยู่ในประเทศที่กำลังพัฒนา คนที่เกิดมาพร้อมอวัยวะเพศที่พัฒนาไม่สมบูรณ์จะถูกตีตรา (Stigmatized) และได้รับการปฏิบัติที่แย่มากๆ ครับ
.
#เนื้อหาส่วนที่6: #คำถามจากผู้ฟังและการยอมรับตัวเอง
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) เรามีคำถามเพิ่มเติมค่ะ เชิญคำถามของคุณเลยค่ะ
.
(ผู้ชมทางบ้าน) ค่ะ ฉันสงสัยน่ะค่ะ คุณพูดถึงว่าคุณมีพี่ชายในครอบครัวด้วย และฉันก็สงสัยว่าทำไมคุณถึงไม่สามารถรับรู้เกี่ยวกับภาวะของคุณได้เร็วกว่านี้ในช่วงชีวิตที่ผ่านมา เช่น ตอนเด็กๆ คุณกับพี่ชายสนิทกันไหม แบบเคยอาบน้ำในอ่างเดียวกันหรือเห็นกันบ้างไหมคะ?
.
(ไทเกอร์) ผมคิดว่าพี่ชายกับผมถูกแยกกันในระดับหนึ่งครับ ในแง่ที่ว่าเวลาที่เราทะเลาะกัน เขาจะไม่ได้รับอนุญาตให้ตีหรือทำร้ายผมเลย และผมจำได้สองสามครั้งตอนที่โตขึ้นมาว่าผมถึงขั้นต่อยเขาจนหมอบ… ตอนนั้นเขาไม่มีทางสู้เลย ดังนั้นในแง่ของการเปรียบเทียบกับเขา ผมไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าผมได้เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใครเลย แม้ว่าผมจะรู้ว่าเขาเป็นพี่ชายของผมก็ตาม
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) แต่คุณรู้ใช่ไหมว่าตัวเองมีความแตกต่างทางเพศ?
.
(ไทเกอร์) อ๋อ รู้สิครับ รู้แน่นอน…
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) คุณเคยถามพี่ไหม เช่น “เฮ้ ฟิล ดูนี่ดิ” หรืออะไรทำนองนั้น?
.
(ไทเกอร์) มันมีสิ่งที่ผมถูกฝึกมาว่า “ห้ามพูดถึงเรื่องนี้” ครับ
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) พวกเขาฝึกคุณอย่างไรไม่ให้พูดถึงเรื่องนี้?
.
(ไทเกอร์) เมื่อคุณถามคำถามอย่างต่อเนื่องกับทุกคนบนโลกใบนี้ที่มีความสำคัญต่อคุณ เช่น พ่อแม่และคุณหมอของคุณว่า “มันเกิดอะไรขึ้น” แล้วสิ่งที่พวกเขาทำคือจ้องหน้าคุณและไม่ตอบ หรือหันหลังหนีใส่คุณ เหมือนที่พยาบาลหลายๆ คนรวมถึงคุณหมอทำ นั่นแหละครับ… คุณจะเรียนรู้ได้เองว่าคุณกำลังถามคำถามที่ไม่ควรจะถาม…
.
…และคุณก็จะเรียนรู้ที่จะหุบปากไปเอง
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) นั่นเป็นการรักษาพยาบาลตามปกติหรือเปล่าคะ? นั่นคือวิธีปกติที่ใช้ปฏิบัติต่อคนที่มีภาวะแบบนี้ใช่ไหมคะ ดร.มันนี่?
.
(ดร.มันนี่) ใช่ครับ และมันถูกเรียกว่า “การปกป้องผู้ป่วย” (Sparing them) แต่แน่นอนว่าจริงๆ แล้วมันคือการปกป้องตัวคุณหมอเองต่างหากล่ะครับ ในหน่วยงานที่ผมตั้งขึ้น… ฉันได้ตั้งหน่วยจิตวิทยาและฮอร์โมน (Psychohormonal unit) ขึ้นมา และเราให้โอกาสแก่เด็กๆ และพ่อแม่ทุกคนที่มีความบกพร่องแต่กำเนิดประเภทนี้ได้มาพูดคุยและเรียนรู้เกี่ยวกับมัน โดยไม่มีข้อห้ามหรือการปิดบังใดๆ ทั้งสิ้นครับ
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) คุณคิดไหมคะ ดร.มันนี่ ว่าสาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะวิธีที่ประเทศนี้รู้สึกต่อเรื่องเซ็กซ์อยู่แล้ว? หมายถึง โดยส่วนใหญ่แล้ว พ่อแม่จะไม่พูดคุยกับลูกเรื่องเซ็กซ์ และพวกเขาไม่อยากให้ลูกช่วยตัวเอง และเมื่อคุณก็รู้… บางครั้งเวลาคนเป็นแม่เห็นลูกชายตัวเล็กๆ ช่วยตัวเอง พวกเธอก็จะตีมือและสั่งให้หยุดทำ…
.
(ดร.มันนี่) บางครั้งพวกเขาถึงขั้น “ตัด” มันออกเลยก็มีนะครับ ผมมีกรณีศึกษาแบบนั้นจริงๆ
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) อะไรนะคะ ดร.มันนี่? จริงเหรอคะ?
.
(ดร.มันนี่) ใช่ครับ… เมื่อพวกเขาจับได้ว่าลูกช่วยตัวเอง อย่างเช่นกรณีเมื่อสองสัปดาห์ก่อนหน้านี้เอง ที่เด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ถูกส่งตัวไปรับการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ (Circumcision) เพื่อเป็นการทำโทษที่เขาช่วยตัวเองตอนอายุ 5 ขวบ เรื่องแบบนี้ยังคงเกิดขึ้นอยู่ครับ
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) สิ่งที่คุณกำลังทำคือการสะท้อนภาพของพ่อแม่จำนวนมากที่กลัวเรื่องเซ็กซ์ หรือคิดว่ามันเป็นสิ่งชั่วร้าย เป็นสิ่งไม่ดี เป็นเรื่องต้องห้าม (Taboo)
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) ดังนั้น สำหรับคุณ (ไทเกอร์) มันเป็นเรื่องดีมากที่คุณมีสภาพจิตใจที่… คือคุณเติบโตมาได้อย่างโอเคเลยล่ะ ผลลัพธ์มันออกมาดี ตอนนี้คุณโอเคดีใช่ไหม?
.
(ไทเกอร์) ใช่ครับ…
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) คุณสามารถบอกเรื่องนั้นได้จากการพูดคุยกับเขาเลยนะ… ใช่ไหมคะ? แต่ผมอยากรู้ว่าในใจของเขาเองรู้สึกว่าตัวเองโอเคไหม หมายถึง เขาพูดเก่ง เขาอาจจะพูดคุยได้ดีตั้งแต่อายุยี่สิบหรือราวๆ นั้น แต่ผมหมายถึง ตอนนี้คุณรู้สึกอย่างไรกับชีวิตที่ผ่านมา และชีวิตของคุณในปัจจุบันนี้เป็นอย่างไรบ้าง? คุณกำลังจะอายุ 26 ปีในไม่ช้านี้แล้วใช่ไหม?
.
(ไทเกอร์) ใช่ครับ… ผมคิดว่าชีวิตของฉันดีมากเลยครับ ตอนนี้ผมสนุกกับชีวิตค่อนข้างมากเลยทีเดียว ผมคิดว่ามันต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ผมคิดว่าผมต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อค้นหาศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้ เพราะที่ผ่านมาแน่นอนว่าผมต้องรับมือกับศัลยแพทย์ที่ไร้ฝีมือมาเยอะมาก คนที่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่และแค่ลองผิดลองถูกดู และผมไม่คิดว่าเรื่องแบบนั้นจะเป็นเรื่องแปลกใหม่อะไรด้วย แต่ผลจากการที่เราได้เจอคนที่ทำงานได้ดีจริงๆ ผมคิดว่าผมได้มาถึงจุดที่…ไม่เพียงแต่สามารถยอมรับในอวัยวะเพศของตัวเองได้เท่านั้น แต่ยังสามารถมีความสุขกับมัน และรู้สึกโอเคเวลาที่ผมยอมให้คนอื่นที่ไม่รู้จักผมได้เห็นว่ามันเป็นเรื่องปกติ
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) ตอนนี้มันดูดีแล้วใช่ไหมครับ?
.
(ไทเกอร์) อ๋อ ใช่ครับ… ดูดีและใช้งานได้ดีเลยล่ะ
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) เชิญคำถามถัดไปค่ะ
.
(ผู้ชมทางบ้าน) สวัสดีค่ะ ฉันอยากทราบว่า ในเมื่อตอนนี้คุณเป็นเกย์อย่างเต็มตัวแล้ว บทบาทที่คุณเลือกเล่นคืออะไรคะ? และ…และคำถามนั้น ฉันอยากทราบว่า ถ้าคุณเล่นบทบาทที่เป็นฝ่ายหญิง (Feminine role) คุณคิดว่ามันเป็นเพราะยีนเพศหญิง (Female genes) ในตัวคุณมันแสดงผลออกมาหรือเปล่าคะ?
.
(ไทเกอร์) เอ่อ… ผมไม่ได้มีโครโมโซมหรือยีนเพศหญิงนะครับ หมายถึง…
.
(ผู้ชมทางบ้าน) ไม่ใช่ค่ะ หมายถึงคุณเกิดมาพร้อมกับทั้งสองเพศใช่ไหมคะ?
.
(ไทเกอร์) ผมเกิดมาอยู่ระหว่างชายกับหญิงครับ
.
(ผู้ชมทางบ้าน)โอเค… แต่คำถามคือคุณเล่นบทบาทไหน?
.
(ไทเกอร์) ผมเป็นคนที่ยืดหยุ่นได้ทั้งสองบทบาทครับ (Versatile person)
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) เป็นคนที่พลิกแพลงได้ ขอบคุณมากๆ สายจากทางบ้าน สายต่อไปเชิญครับ คุณอยู่ในสายแล้วสวัสดีครับ
.
(ผู้ชมทางบ้าน) สวัสดีค่ะ ฉันอยากจะถามข้อแรกว่า เขาสามารถสืบพันธุ์ได้ไหมคะ? และข้อสองคือ ถ้าพ่อแม่ของเขาตัดสินใจที่จะทำให้เขาเป็นผู้หญิงตั้งแต่หัวจรดเท้าตั้งแต่แรก… จะทำได้ไหมคะ?
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) โอเค คำถามแรก… คุณสามารถเป็นพ่อคนได้ไหม
.
(ไทเกอร์) ไม่ได้ครับ ผมเป็นหมัน (Sterile person)
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) โอเค และนั่นคือสิ่งที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นเป็นปกติใช่ไหมคะ Dr. Money?
.
(ดร.มันนี่) ใช่ครับ พบได้บ่อยมาก เมื่อคุณมีภาวะเพศกำกวมหรือภาวะอินเตอร์เซ็กซ์ในเด็กทารกที่เริ่มพัฒนามาในทางเพศหญิงแต่ทว่าพัฒนาไม่สมบูรณ์ คนกลุ่มนั้นส่วนใหญ่แล้วจะสามารถมีบุตรได้หากได้รับการรักษาที่ถูกต้อง และพวกเขาก็ต้องการการรักษาด้วยฮอร์โมนเช่นกัน แต่เมื่อมันเป็นกรณีของทารกเพศชายที่พัฒนาไม่สมบูรณ์… ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของภาวะอินเตอร์เซ็กซ์ ส่วนใหญ่แล้วพวกเขามักจะไม่สามารถมีบุตรได้ครับ
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วตัวคุณล่ะ (ไทเกอร์) คุณอยากที่จะสามารถเป็นพ่อคนไหม?
.
(ไทเกอร์) ไม่ค่อยเท่าไหร่ครับ ไม่ได้อยากขนาดนั้น
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) และคำถามที่สองคือ พ่อแม่ของคุณ… ถ้าพวกเขาเลือกได้ และเลือกที่จะทำให้คุณเป็นผู้หญิง… มันมีทางเลือกนั้นไหมครับ John?
.
*(ดร.มันนี่) มีครับ ถ้าคุณเริ่มต้นทำแทบจะในทันทีที่อยู่ในห้องคลอดเลย เพราะทันที… ทันทีที่พ่อแม่ได้รับแจ้งว่า “คุณได้ลูกชาย” พวกเขาก็จะเริ่มใช้สรรพนาม “เขา” (He) หรือในทางกลับกันคือ “เธอ” (She) จากนั้น…พวกเขาก็จะต้องผ่านกระบวนการล้างสมองอย่างสิ้นเชิงเพื่อเปลี่ยนความคิดกลับไปกลับมา ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากมากๆ ดังนั้นคุณจึงต้องอยู่ตรงนั้นในห้องคลอดจริงๆ เพื่อที่จะบอกว่า “เรายังตัดสินใจตอนนี้ไม่ได้ เราจะให้คำตอบคุณในอีกสามวัน” หรืออะไรก็แล้วแต่ เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นจริงไหม? ในความเป็นจริงคือพวกเขาไม่รู้ และพวกเขาก็จะบอกว่า “เดี๋ยวเราจะบอกคุณเองว่าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงในอีกไม่กี่วัน” น่าเสียดายที่นั่นคือสิ่งที่ “ควรจะ” เกิดขึ้น และนานๆ ครั้งมันถึงจะเกิดขึ้นจริงสักหน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะมีใครสักคนเดาสุ่มเอาเอง และนั่นแหละที่สร้างปัญหาตามมา
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) สวัสดีครับ สายจากทางบ้าน คุณอยู่ในรายการ People are Talking ทางช่อง 13 แล้วครับ สวัสดีครับ
.
(ผู้ชมทางบ้าน) สวัสดีค่ะ ดร.มันนี่ ฉันมีคำถามสำหรับคุณค่ะ ศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งที่โรงพยาบาล Hopkins เคยกล่าวไว้ครั้งหนึ่งว่า “ถ้าเราไม่สามารถเปลี่ยนจิตใจให้เข้ากับร่างกายได้ เราก็ต้องเปลี่ยนร่างกายให้เข้ากับจิตใจ”
.
อยากทราบว่ามีการทดสอบประเภทไหนบ้างคะที่ทำตอนแรกเกิด เพื่อให้มั่นใจว่าเราได้ทำการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว?
.
(ดร.มันนี่) ก่อนอื่นเลย คุณต้องทำกระบวนการทดสอบเพื่อการวินิจฉัยโรคตามปกติก่อน เพื่อค้นหาว่าคุณมีเงื่อนไขทางการแพทย์หรือเงื่อนไขทางศัลยกรรมประเภทไหน…แต่เมื่อพูดกันจนถึงที่สุดแล้ว การตัดสินใจที่สำคัญที่สุดที่คุณสามารถทำได้คือ “เราจะฟื้นฟูสภาพ (Rehabilitate) เด็กทารกคนนี้ได้อย่างไร” หรือคำที่เหมาะสมกว่าคือ “การสร้างเสริมศักยภาพ” (Habilitated) เพื่อที่ว่าเมื่อเด็กทารกคนนี้โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่พัฒนาเต็มที่แล้ว เขาจะสามารถมีชีวิตทางเพศ (Sex life) ที่ปกติที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
.
และในความเป็นจริง คุณจะพบทารกบางคนที่เกิดมาพร้อมรูปลักษณ์ภายนอกทางเพศที่เป็นหญิงอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ภายในร่างกาย…พวกเขากลับมีอัณฑะสองข้าง และคุณไม่มีวันที่จะเปลี่ยนคนกลุ่มนั้นให้เป็นเพศชายได้เลย เพราะพวกเขาไม่มีอวัยวะเพศชายเลยแม้แต่น้อย พวกเขามีปุ่มคลิตอริสและมีช่องคลอด และ…พวกเขาก็เติบโตเป็นผู้หญิงที่ยอดเยี่ยม และมีพัฒนาการของหน้าอกของตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งฮอร์โมนเลยด้วยซ้ำ
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วเคยมีใครบอกผู้หญิงเหล่านั้นไหมคะว่าพวกเธอมีอัณฑะสองข้างอยู่ข้างในตัว?
.
(ดร.มันนี่) ในยุคปัจจุบันนี้มันคือยุคของการที่ผู้ป่วยต้องได้รับข้อมูลเพื่อยินยอมรับการรักษา (Informed consent) และยุคของเสรีภาพทางข้อมูลข่าวสาร และทุกคนต่างก็ค้นพบความจริงกันเองทั้งนั้น อย่างกรณีของ ฮาเวิร์ดเขาก็พบความจริงจากการอ่านหนังสือที่โรงเรียน ดังนั้น…ทุกวันนี้ผมจึงไม่พยายามที่จะปิดบังความลับใดๆ จากผู้ป่วยเลย เพราะผมได้เรียนรู้จากพวกเขาว่า พวกเขาจะรู้สึกไม่พอใจและเจ็บปวดกับมันอย่างมาก และ ฮาเวิร์ดก็ได้บอกเรื่องนั้นกับพวกเราแล้วเช่นกัน…
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) ใช่… ฉันถามคุณไปก่อนหน้านี้แต่คุณยังไม่มีโอกาสได้ตอบ ถ้าพ่อแม่ของคุณเลือกที่จะทำให้คุณเป็นผู้หญิงตั้งแต่แรก…มันสามารถเป็นแบบนั้นได้จริงไหม?
.
(ไทเกอร์) อันที่จริง นั่นคือสิ่งที่คุณหมอแนะนำเพราะมันง่ายกว่าในการสร้างอวัยวะเพศหญิงด้วยการผ่าตัด มากกว่าการพยายามสร้างอวัยวะเพศชายขึ้นมา
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) สรุปคือมันน่าจะง่ายกว่าถ้าจะทำให้คุณเป็นเด็กผู้หญิง
.
(ไทเกอร์) ใช่ครับ… แต่โครโมโซมของผมคือ XY และพวกเขาก็ยึดมั่นตามโครโมโซมของผม ซึ่งนับว่าโชคดีมาก ผมดีใจที่ได้เป็นเด็กผู้ชายครับ
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) ทำไมล่ะ?
.
(ไทเกอร์) เพราะผมคิดว่า… ผมคิดว่าจิตสำนึกในหัวสมองก้อนนี้ของผมมันคือจิตสำนึกของความเป็นชาย
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) แต่กระนั้น นั่นก็อาจเป็นเพราะ…เป็นเพราะวิธีที่คุณถูกเลี้ยงดูมาให้เป็นแบบนั้นด้วยหรือเปล่า และปัจจัยอื่นๆ ทั้งหมด ซึ่งเรื่องนี้เป็นข้อถกเถียงที่… เป็นข้อถกเถียงที่เถียงกันได้เป็นชั่วโมงๆ เลยล่ะ
.
(ไทเกอร์) คุณอาจจะบอกว่ามันคือกระบวนการขัดเกลาทางสังคม (Socialization) หรือมันเป็นสิ่งที่มีมาแต่กำเนิด (Inborn) แต่สำหรับผม ผมรู้สึกว่าผมเป็นผู้ชายคนหนึ่ง และผมดีใจที่สุดท้ายแล้วผมมีอวัยวะเพศชายครับ
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) คุณเป็นแบบนี้มาตลอดเลยไหม? คุณต้องเทคฮอร์โมนไหม? เพราะเสียงของคุณ… คุณดูมีกล้ามเนื้อกำยำมาก และเสียงของคุณก็ทุ้มลึกมาก ดังนั้น…
.
(ไทเกอร์) ไม่ครับ ผมโชคดีที่ไม่ต้องเทคฮอร์โมนเลย
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) ยอดเลย งั้นฉันก็ดีใจด้วยที่คุณได้เป็นเด็กผู้ชาย เพราะถ้าคุณเป็นเด็กผู้หญิง มันก็คงจะไม่ค่อย เอ่อ…
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) เอาล่ะ เชิญคำถามของคุณครับ
.
(ผู้ชมทางบ้าน) ค่ะ คุณบอกว่าคุณเจ็บปวดทางร่างกายมากระหว่างการผ่าตัด คุณยังคงรู้สึกเจ็บปวดทางร่างกายเวลามีเพศสัมพันธ์อยู่ไหม
.
(ไทเกอร์) ตอนนี้ผมไม่มีความเจ็บปวดใดๆ ในระหว่างการมีเซ็กซ์เลยครับ
แต่อย่างไรก็ตาม ผมไม่สามารถปฏิเสธได้ว่ามันมีอาการเกร็งกระตุก (Spasms) บางอย่างเกิดขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจาก… คุณก็รู้ ตัวตนที่ผมเป็นและวิธีที่ผมเกิดมา อาการเหล่านั้นมันมาๆ ไปๆ และผมก็มียาคลายกล้ามเนื้อนิดหน่อยไว้ใช้สำหรับเรื่องนั้น อาการเกร็งกระตุกน่ะครับ… ใช่ เกร็งกระตุกที่กระเพาะปัสสาวะ (Bladder spasms) และเกร็งกระตุกที่หูรูด (Sphincter spasms)
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) แล้วตอนนี้คุณมีความสุขดีใช่ไหม?
.
(ไทเกอร์) ใช่ครับ…
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) และคุณดีใจไหมที่นี่เป็นการออกทีวีครั้งแรกของคุณ? คุณดีใจไหมที่ได้มาออกโทรทัศน์ในวันนี้?
.
(ไทเกอร์) ใช่ครับ ฉันดีใจเป็นพิเศษเลย…ดีใจเพราะถ้ามีเด็กคนอื่นๆ ที่เติบโตมาเหมือนฉันและบังเอิญได้ชมรายการนี้อยู่ พวกเขาจะได้มีโอกาสรับรู้ว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องโตขึ้นมาแล้ว…แล้วฆ่าตัวตาย พวกเขาไม่จำเป็นต้องโตขึ้นมาแล้วใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุข พวกเขาสามารถได้รับความช่วยเหลือ และมันมีผู้คนรอบตัวที่มีความเชี่ยวชาญ ทั้งในด้านศัลยกรรมและด้านจิตวิทยา ที่พร้อมจะช่วยให้พวกเขาปรับตัวเข้ากับวิถีที่พวกเขาเกิดมา เพื่อที่พวกเขาจะได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตได้ครับ
.
(โอปราห์/ริชาร์ด) และ ดร.มันนี่ สำหรับพ่อแม่ที่อยู่ทางบ้าน สำหรับคนเป็นแม่ที่… คนเป็นแม่ที่ส่งลูกไปขลิบอวัยวะเพศเพียงเพราะลูกช่วยตัวเอง และสำหรับคนเป็นแม่ที่บางทีอาจจะมีเด็กแบบฮาเวิร์ด อยู่ในครอบครัวของพวกเขา คุณมีคำแนะนำอะไรให้พวกเขาบ้างคะ สำหรับวิธีการจัดการกับสถานการณ์นี้หรือการรับมือที่ดีที่สุด?
.
(ดร.มันนี่) เห็นได้ชัดเจนครับว่าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือ… ดังนั้นคุณต้องค้นหาผู้เชี่ยวชาญที่ดีที่สุดที่จะมาช่วยเหลือ และผู้เชี่ยวชาญที่ดีที่สุดเหล่านั้นคือคนที่มีประสบการณ์อย่างมาก และเมืองบัลติมอร์ก็นับเป็นเมืองที่โชคดีในแง่มุมนั้นครับ นั่นคือสิ่งที่เห็นได้ชัดเจน
**
(โอปราห์/ริชาร์ด) ฉันอยากจะขอบคุณ ดร.มันนี่ และ ฮาเวิร์ด ยินดีที่ได้พบคุณ พวกเราดีใจที่คุณมีความสุข และชีวิตของคุณได้รับการจัดระเบียบจนเข้าที่เข้าทางแล้ว เสียใจด้วยที่เราไม่ได้พูดคุยกับพ่อแม่ของคุณ… ซึ่งฉันรู้ว่าคุณก็ไม่ได้ติดใจอะไรใช่ไหมคะ?
.
(ไทเกอร์) ใช่ครับ…

CATEGORIES:

Comments are closed