WHAT WE WISH… สิ่งที่พวกเราปรารถนา Ep.3 สิ่งที่บุคคลอินเตอร์เซ็กซ์อยากให้ “ครูและโรงเรียน” รับรู้

🌟 WHAT WE WISH… สิ่งที่พวกเราปรารถนา 🌟

ครอบครัวคือพื้นที่แรกของการเติบโต แต่โรงเรียนคือพื้นที่ที่เด็กใช้เวลาเรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่น

สำหรับเด็กและเยาวชนอินเตอร์เซ็กซ์ ประสบการณ์ในห้องเรียน คำพูดของครู เนื้อหาในบทเรียน และบรรยากาศของโรงเรียน
ล้วนมีอิทธิพลต่อการเติบโตของพวกเขาในระยะยาว

ในตอนนี้ เราจะชวนทุกคนรับฟังเสียงของเยาวชนอินเตอร์เซ็กซ์ สะท้อนสิ่งที่พวกเขาอยากให้ครูและบุคลากรทางการศึกษารับรู้
เพื่อร่วมกันสร้างห้องเรียนที่เด็กทุกคนสามารถมองเห็นตัวเอง ได้รับความเคารพ และเติบโตได้อย่างปลอดภัย

Ep.3 สิ่งที่บุคคลอินเตอร์เซ็กซ์อยากให้ "ครูและโรงเรียน" รับรู้ - เมื่อบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์บอกเล่าถึงสิ่งที่พวกเขาต้องการจากห้องเรียน

สำหรับเด็กและเยาวชน โรงเรียนไม่ใช่เพียงสถานที่สำหรับการเรียนรู้ แต่ยังเป็นพื้นที่ที่หล่อหลอมความรู้สึกเกี่ยวกับตัวเอง การได้รับการยอมรับจากเพื่อน และความมั่นใจในการเติบโตเป็นผู้ใหญ่

ในเอกสาร “What We Wish Our Teachers Knew” กลุ่มเยาวชนอินเตอร์เซ็กซ์ได้ถ่ายทอดสิ่งที่พวกเขาอยากให้ครูและบุคลากรทางการศึกษารับรู้ โดยสะท้อนประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในห้องเรียน ห้องพยาบาล และบทเรียนสุขศึกษา

หลายคนเล่าว่า ครูของพวกเขาไม่รู้ว่าจะอธิบายเรื่องอินเตอร์เซ็กซ์อย่างไร บางคนต้องอธิบายเรื่องร่างกายของตนเองให้ครูฟัง ขณะที่บางคนรู้สึกว่าตัวตนของบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์นั้นแทบ ไม่เคยปรากฏ อยู่ในบทเรียนเลย

เยาวชนอินเตอร์เซ็กซ์จึงอยากให้ครูเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจว่า “อินเตอร์เซ็กซ์” หมายถึงความหลากหลายของคุณลักษณะทางเพศที่มีมาแต่กำเนิด ไม่ใช่อัตลักษณ์ทางเพศหรือรสนิยมทางเพศ และแม้ว่าบางคนอาจเป็นทั้งบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์อินเตอร์เซ็กซ์และบุคคลข้ามเพศได้ แต่ทั้งสองคำไม่ใช่สิ่งเดียวกัน นอกจากนี้ ลักษณะอินเตอร์เซ็กซ์ก็ไม่สามารถสังเกตได้จากรูปลักษณ์ภายนอกเสมอไป

หลายคนยังสะท้อนความรู้สึกว่า สิ่งที่ ทำให้รู้สึกถูกมองข้าม มากที่สุด คือการที่บทเรียนด้านสุขศึกษาอธิบายเรื่องเพศและพัฒนาการของร่างกายในลักษณะที่มีเพียง สองแบบหรือทวิลักษณ์  จนทำให้เยาวชนอินเตอร์เซ็กซ์รู้สึกว่าประสบการณ์ของตนเองไม่มีที่ยืนในห้องเรียน บางคนกล่าวว่าช่วงวัยรุ่นของตนไม่ได้เป็นไปตามที่หนังสือเรียนอธิบาย และไม่มีใครเคยพูดถึงร่างกายแบบที่พวกเขามีเลย

ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงอยากให้การเรียนการสอนสะท้อนถึงความหลากหลายแตกต่างของร่างกายและพัฒนาการของมนุษย์มากขึ้น ใช้ภาษาที่ครอบคลุมเป็นกลางและไม่แบ่งแยกในรูปแบบเพศทวิลักษณ์ (binary) เท่านั้น หลีกเลี่ยงการเหมารวมว่าผู้ชายหรือผู้หญิงทุกคนจะต้องมีลักษณะทางชีววิทยาเหมือนกัน และหลีกเลี่ยงคำเรียกที่ล้าสมัยหรือสร้างความรู้สึกตีตรา

บุคคลอินเตอร์เซ็กซ์หลายคนยังกล่าวว่า ครูไม่ควรคาดหวังให้นักเรียนอินเตอร์เซ็กซ์ทำหน้าที่เป็นผู้สอนเรื่องอินเตอร์เซ็กซ์ให้เพื่อนทั้งห้อง เว้นแต่นักเรียนคนนั้นจะเป็นผู้สมัครใจเอง เพราะการให้ความรู้เป็นหน้าที่ของระบบการศึกษา ไม่ใช่ภาระของนักเรียนคนใดคนหนึ่ง

นอกจากบทเรียนในห้องเรียนแล้ว บรรยากาศของโรงเรียนก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน หลายคนอยากให้ครูสร้างพื้นที่ที่ทุกคนรู้สึกปลอดภัย ได้รับความเคารพ และสามารถบอกความต้องการของตนเองได้ เช่น การถามว่านักเรียนต้องการให้เรียกตนเองอย่างไร ใช้คำศัพท์แบบใด หรืออยากได้รับการปฏิบัติอย่างไร แทนที่จะตั้งสมมติฐานแทนพวกเขา เพราะพวกเขาต่างมีประสบการณ์ชีวิตที่ไม่เหมือนกัน

สำหรับห้องพยาบาลหรือบริการสุขภาพในโรงเรียน พวกเขาอยากให้บุคลากร หลีกเลี่ยงการแสดงความประหลาดใจต่อร่างกายของนักเรียน ไม่ทำให้พวกเขากลายเป็นหัวข้อการเรียนรู้ของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอม และไม่ตั้งคำถามส่วนตัวเกินกว่าที่จำเป็น

หลายข้อความยังสะท้อนว่า การได้รับการยอมรับในโรงเรียนไม่ได้หมายถึงเพียงการไม่ถูกกลั่นแกล้ง
แต่หมายถึงการได้เห็นตัวเองอยู่ในเนื้อหาการเรียน ได้รับการสื่อสารด้วยภาษาที่เคารพความหลากหลาย
และได้รับการปฏิบัติในฐานะนักเรียนคนหนึ่ง ไม่ต่างจากเด็กคนอื่น ๆ
.
❤ เอกสารฉบับนี้จึงไม่ได้เรียกร้องให้ครู รู้ทุกคำตอบ เกี่ยวกับอินเตอร์เซ็กซ์ แต่ชวนให้ครู
เปิดใจเรียนรู้ รับฟัง และสร้างห้องเรียน ที่เด็กทุกคนสามารถมอง เห็นตัวเองอยู่ในนั้นได้
เพราะเมื่อผู้เรียนรู้สึกว่าตนเองได้รับการมองเห็น ได้รับความเข้าใจ และได้รับความเคารพ
พื้นที่การเรียนรู้ก็จะกลายเป็นสถานที่ที่พวกเขากล้าเติบโตอย่างแท้จริง ❤

สกัดส่วนสำคัญของงานเพื่อนำมาสื่อสาร/ กราฟฟิก: ตุ้ย
บรรณาธิการ: พรีส
อ่านเอกสาร interACT ได้ ที่นี่

Comments are closed