หากเราพูดถึงการรับรองเพศสภาพ เราจะพบว่า ผู้คนในสังคมไทยมีความคิดเห็นที่หลากหลายมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ อันเนื่องมาจากเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจัดการระบบฐานข้อมูลกลางของรัฐ การจัดวางตำแหน่งแห่งที่ของประชากรในสังคมใหม่จากเดิมที่รัฐจัดวางผู้คนให้อยู่ในระบบสองเพศเปลี่ยนเป็นให้อยู่ในระบบหลายเพศ ซึ่งจะมีผลต่อหน้าที่พลเมืองในฐานะเพศต่างๆ ในหลากหลายมิติ และหนึ่งในมิติที่เป็นที่ถกเถียงคือ มิติสังคม เพื่อไม่ให้บุคคลที่เป็นเพศอื่นนอกเหนือจากชายกับหญิงถูกกดขี่ข่มเหง และถูกเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศภายหลังที่กฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้
และในหลายครั้งที่มีการพูดถึงประเด็นนี้ คนข้ามเพศ มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงเป็นกลุ่มคนแรกๆ และตามมาด้วยคติที่สะท้อนความรู้สึกเบื้องลึกของผู้พูดที่มีต่อคนข้ามเพศในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งก็จำเป็นจะต้องถูกคำนึงอย่างมากถึงความเคารพและการให้เกียรติกันในฐานะที่คนข้ามเพศ คือมนุษย์ที่ตัดสินใจใช้ชีวิตบนวิถีเพศ อัตลักษณ์ทางเพศ และรสนิยมทางเพศอย่างที่ตัวเองรู้สึกจริงๆ แม้จะไม่ตรงกับกรอบที่ระบบสังคมเคยเลือกให้เขาเมื่อแรกเกิดก็ตาม
อย่างไรก็ดี ร่างพระราชบัญญัติรับรองเพศสภาพฯ ไม่ว่าจะเป็นร่างของภาคประชาสังคมกลุ่มใด พรรคการเมืองพรรคใด หรือแม้แต่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ก็ตาม ทั้งหมดไม่ได้พูดถึงแค่ประเด็นของคนข้ามเพศ แต่ยังครอบคลุมบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ และนอนไบนารี อันเป็นประชากรกลุ่มที่มักไม่ค่อยถูกมองเห็นในภาพใหญ่ของสังคม ทำให้ได้รับผลกระทบเรื่อยมาจากการไม่ได้รับความคุ้มครองในหลายมิติ โดยเฉพาะสิทธิในเนื้อตัวร่างกาย
วันนี้ THAi iNTERSEX RiGHTS จึงขอนำเสนอปัญหาที่บุคคลอินเตอร์เซ็กซ์พบเจอเรื่อยมาว่า มีสาเหตุมาจากกฎหมายของประเทศยังไม่ครอบคลุมถึงพวกเขาในเรื่องใดบ้าง? และการผ่านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ส่งผลต่อสิทธิและศักดิ์ศรีของบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์อย่างไร?
[ ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงกับบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ ]
ที่ผ่านมา หากมีเด็กคนหนึ่งเกิดมาพร้อมคุณลักษณะทางเพศที่ไม่สามารถจัดว่าเป็น “ชาย” หรือ “หญิง” ได้อย่างชัดเจน สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ แพทย์จะรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็กคนนี้กับพ่อแม่ในลักษณะที่ดูเหมือนว่าเป็นเรื่องผิดปกติ และโน้มน้าวเพื่อให้พ่อแม่ตัดสินใจเลือกเพศให้กับ “เด็กคนนั้น” ว่าจะเป็น “ชาย” หรือ “หญิง” เพื่อให้สามารถแจ้งเกิดและออกเอกสารราชการได้
เป็นผลให้ ในหลายกรณี แพทย์มีโน้มน้าวให้พ่อแม่ตัดสินใจผ่าตัดอวัยวะเพศในเด็กแรกเกิด เพื่อให้สอดคล้องกับเพศที่พ่อแม่ตัดสินใจเลือกใส่ในเอกสารราชการ ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โดยแพทย์อาจจะให้เหตุผลสนับสนุนการผ่าตัดในครั้งนี้ว่า หากไม่ทำการผ่าตัดอวัยวะเพศของเด็กตั้งแต่ตอนนี้ เนื้อเยื่อส่วนเกินเหล่านี้อาจพัฒนาเป็นชิ้นเนื้อมะเร็งได้ นี่ถือเป็นสิ่งที่เด็กคนหนึ่งถูกล่วงละเมิดในสิทธิเนื้อตัวร่างกายของพวกเขา ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะพูดได้ เดินได้ หรือแม้แต่เข้าใจคุณลักษณะทางร่างกายของตัวเอง และในหลายครั้ง การตัดสินใจในวันนั้นของแพทย์และพ่อแม่เป็นการตัดสินใจที่ขัดแย้งกับสำนึกทางเพศและพัฒนาการร่างกายเมื่อเด็กคนนั้นเติบโตขึ้นมา
ตามที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ได้เผยแพร่เอกสารหมายเลข A/HRC/60/50 เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2025 ที่ผ่านมา โดยมีหัวข้อว่า “รายงานกฎหมายและนโยบายที่เลือกปฏิบัติ การกระทำความรุนแรง และการปฏิบัติที่เป็นอันตรายต่อบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์” ซึ่งรายงานถูกนำเสนอต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน โดยคณะผู้แทนที่ประกอบด้วยตัวแทนรัฐบาล ผู้เชี่ยวชาญ และนักเคลื่อนไหวอินเตอร์เซ็กซ์จากทั่วโลก ได้ระบุร่วมกันว่า ที่ผ่านมาบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ทั่วโลกเผชิญกับการถูกละเมิดสิทธิในด้านต่างๆ อาทิ
1. การผ่าตัดแทรกแซงในเด็กอินเตอร์เซ็กซ์ โดยที่เด็กไม่ได้ให้ความยินยอมด้วยตัวเอง
2. จำเป็นจะต้องเลือกเพศว่าจะเป็น “ชาย” หรือ “หญิง” ทันทีเมื่อแจ้งเกิด
3. การถูกเลือกปฏิบัติในการศึกษา การทำงาน ด้วยเหตุแห่งคุณลักษณะทางเพศที่ไม่เป็นไปตามกรอบระบบสองเพศ
4. ประสบปัญหาในการเข้าถึงสิทธิและบริการของรัฐ จากการไม่ถูกรองรับสิทธิทางกฎหมาย
จากรูปแบบการถูกเลือกปฏิบัติเช่นนี้ ทำให้รายงานฉบับนี้มีข้อเสนอแนะต่อรัฐภาคีสมาชิก ในการผลักดันให้มีกฎหมายที่ประกันสิทธิของบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ ดังนี้:
1. รัฐภาคีต้องมีกฎหมายที่ช่วยยุติการผ่าตัดแทรกแซงที่ไม่จำเป็นในเด็กอินเตอร์เซ็กซ์แรกเกิด โดยปราศจากความยินยอมและการได้รับข้อมูลครบถ้วน
2. รัฐภาคีต้องพัฒนากฎหมายที่เคารพความเป็นจริงของคุณลักษณะทางเพศที่มีความหลากหลายตั้งแต่กำเนิดของเด็กอินเตอร์เซ็กซ์
3. รัฐต้องหลีกเลี่ยงการบังคับให้ต้องกำหนดเพศทันทีและคำนึงถึงสิทธิของเด็กในการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเมื่อมีวุฒิภาวะเพียงพอ
4. รัฐควรมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเข้มแข็ง เพื่อไม่ให้บุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ถูกเลือกปฏิบัติในทุกช่วงวัยของชีวิต
5. รัฐควรมีมาตรการเชิงรุกเพื่อสร้างความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษา การทำงาน และการเข้ารับบริการสุขภาพให้กับบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์
6. รัฐควรกำหนดกลไกความรับผิด สำหรับแพทย์ผู้ฝ่าฝืนกระทำการผ่าตัดแทรกแซงที่ไม่จำเป็น และต้องมีกลไกการเยียวยา และการเข้าถึงความยุติธรรมสำหรับเด็กอินเตอร์เซ็กซ์และครอบครัวในฐานะผู้เสียหาย
[กฎหมายไทยยังขาดอะไร?]
แม้ในระยะหลังมานี้ ประเทศไทยจะเริ่มพูดถึงความหลากหลายทางเพศมากขึ้น แต่ระบบกฎหมายยังมีช่องว่างสำหรับสิทธิของบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์อยู่หลายประการ เช่น
• ไม่มีหลักประกันทางกฎหมายที่ห้ามการผ่าตัดแทรกแซงที่ไม่จำเป็นในเด็กอินเตอร์เซ็กซ์
• ไม่มีสิทธิเลือกชะลอการระบุเพศจนกว่าบุคคลนั้นจะสามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเอง ทำให้ต้องถูกระบุเป็น “ชาย” หรือ “หญิง” ตั้งแต่แรกเกิด
• ไม่มีสิทธิเลือกระบุเพศตนเองว่าเป็นอินเตอร์เซ็กซ์ในสูติบัตรเมื่อโตขึ้น
• การแก้ไขข้อมูลเพศยังมีข้อจำกัดและอาจต้องเผชิญเงื่อนไขทางการแพทย์หรือขั้นตอนที่ซับซ้อน
• ยังไม่มีมาตรการเชิงรุกของรัฐเพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาและการจ้างงานของบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์
และนั่นเป็นผลให้ การดำรงชีวิตอยู่ของบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์จึงยังมีช่องโหว่ และเต็มไปความเสี่ยงที่จะ ถูกเลือกปฏิบัติในทุกรูปแบบเมื่อต้องเข้าสังคม ไม่ว่าจะทั้งการทำเอกสารราชการ การทำธุรกรรมการเงิน การรักษาพยาบาล ไปจนถึงการศึกษา และการเข้าทำงาน ส่งผลให้บุคคลอินเตอร์เซ็กซ์มักค่อนข้างเก็บตัว และอาจมีภาวะฝังใจกับประสบการณ์ที่ไม่ดีในอดีต
[ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะช่วยบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ได้อย่างไร?]
ในวาระการผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติรับรองเพศสภาพฯ ได้กล่าวถึงสิทธิที่พึงได้รับของบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ ไว้ในหลากหลายประเด็น ดังนี้
1. สิทธิในบูรณภาพของร่างกาย (Right to Bodily Integrity) บุคคลอินเตอร์เซ็กซ์จะได้รับการคุ้มครองไม่ให้ถูกผ่าตัดตกแต่งอวัยวะเพศตั้งแต่วัยเด็ก เว้นแต่มีเหตุจำเป็นทางการแพทย์เพื่อประโยชน์ด้านสุขอนามัยของเด็กเท่านั้น โดยยึดหลัก:
• คุ้มครองสิทธิของเด็กในการตัดสินใจเกี่ยวกับร่างกายของตนเองเมื่อมีวุฒิภาวะเพียงพอ
• ลดการผ่าตัดแทรกแซงโดยไม่จำเป็น
2. สิทธิในการได้รับการรับรองสถานะเป็น “บุคคลอินเตอร์เซ็กซ์” ในเอกสารของรัฐได้ หรือผู้แทนโดยชอบธรรมอาจเลือกไม่ระบุข้อมูลเกี่ยวกับเพศของเด็กก็ได้ สาระสำคัญ:
• รับรองการมีอยู่ของคุณลักษณะทางเพศหลากหลาย นอกเหนือจากชายกับหญิงในทางกฎหมาย
• ไม่บังคับให้ต้องระบุว่าเป็นเพศชายหรือหญิง
• รวมถึงเปิดโอกาสให้เว้นการระบุเพศได้ในช่วงที่ยังไม่เหมาะสมต่อการตัดสินใจ
3. สิทธิในการแก้ไขข้อมูลเกี่ยวกับเพศในอนาคต บุคคลอินเตอร์เซ็กซ์สามารถใช้สิทธิในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลเกี่ยวกับเพศได้ โดยให้นำหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการแก้ไขข้อมูลเพศและสิทธิภายหลังการแก้ไขมาใช้โดยอนุโลม สิทธิที่ได้รับ ได้แก่ การขอแก้ไขข้อมูลเกี่ยวกับเพศเมื่อมีอายุครบตามกฎหมาย โดยที่:
• ไม่ต้องแสดงหลักฐานทางการแพทย์ประกอบคำขอ
• ไม่เสียค่าธรรมเนียม
• ได้รับเอกสารราชการฉบับใหม่ทันที
• ได้รับการคุ้มครองข้อมูลเกี่ยวกับเพศไม่ให้ถูกเปิดเผยโดยมิชอบ
4. สิทธิและหน้าที่ภายหลังได้รับการรับรองเพศ เมื่อมีการแก้ไขข้อมูลเกี่ยวกับเพศแล้ว บุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ย่อมมีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับบุคคลในเพศที่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย โดยไม่กระทบต่อ:
• สิทธิด้านการตั้งครรภ์และการเลี้ยงดูบุตรตามเพศสรีระ
• ความสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดากับบุตร
• สิทธิในการรับมรดก
• สิทธิในการสืบฐานันดรศักดิ์
5. สิทธิในการได้รับการส่งเสริมโอกาสจากรัฐ หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่จัดมาตรการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาและการจ้างงานแก่บุคคลอินเตอร์เซ็กซ์เป็นการเฉพาะ สาระสำคัญ:
• ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม
• ส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษา
• ส่งเสริมการมีงานทำและการประกอบอาชีพ
6. การคุ้มครองทางอาญา ร่างกฎหมายกำหนดโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนการห้ามผ่าตัดตกแต่งอวัยวะเพศของเด็กอินเตอร์เซ็กซ์ โดยมีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000–200,000 บาท
THAi iNTERSEX RiGHTS ในฐานะหน่วยงานที่นำเสนอข้อมูลความรู้ และประสานงานเพื่อให้เกิดพื้นที่ทำความเข้าใจทั้งในเชิงตัวตน ประสบการณ์ และการผลักดันสิทธิให้กับบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ เราขอยืนยันว่า ท้ายที่สุด ร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อมอบ “สิทธิพิเศษ” ให้บุคคลอินเตอร์เซ็กซ์มีเหนือบุคคลทุกเพศ แต่เป็นกฎหมายที่มีขึ้นเพื่อจะทำให้เราทุกคนไม่ว่าจะเกิดมามีคุณลักษณะทางเพศที่ปรากฏบนร่างกายแบบใด ก็จะได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานเช่นเดียวกับมนุษย์ทุกคน คือ สิทธิที่จะมีร่างกายของตนเอง สิทธิที่จะได้รับการรับรองตัวตน และสิทธิที่จะใช้ชีวิตโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ
บทความ: อัส
บรรณาธิการ: พรีส
อ้างอิง:
[1] The Office of the High Commissioner for Human Rights. (2025). A/HRC/60/50: Discriminatory laws and policies, acts of violence and harmful practices against intersex persons
[2] ilaw. (2025). ชวนลงชื่อเสนอพ.ร.บ.รับรองเพศฯ ฉบับภาคประชาชน เปลี่ยนคำนำหน้า-เอกสารราชการ ไม่ต้องใบรับรองแพทย์