[Being Intersex in the EU — ตอนที่ 2: “ร่างกายของฉัน แต่ฉันไม่มีสิทธิ์เลือก”]

ในตอนที่ 1 เราได้เห็นแล้วว่า บุคคลอินเตอร์เซ็กซ์นั้นมีอยู่จริงในทุกสังคม แต่กลับถูกมองข้าม ถูกทำให้ล่องหน และแทบไม่เคยถูกนับอย่างเป็นทางการ

แต่การไม่ถูกมองเห็น ไม่ได้ส่งผลเพียงแค่การขาดการยอมรับในสังคมเท่านั้น สำหรับบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์จำนวนไม่น้อย เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วัยทารก เมื่อการตัดสินใจสำคัญเกี่ยวกับร่างกายของพวกเขา ถูกกำหนดโดยผู้อื่นก่อนที่จะมีโอกาสรับรู้ แสดงความเห็น หรือให้ความยินยอมด้วยตนเอง

ผลสำรวจ “Being Intersex in the EU” ซึ่งเป็นการสำรวจคนอินเตอร์เซ็กซ์ครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา พบข้อมูลที่ชวนให้สังคมตั้งคำถามว่า

⚡️คนอินเตอร์เซ็กซ์ได้รับข้อมูลครบถ้วนก่อนการรักษาหรือไม่

⚡️ใครเป็นผู้ตัดสินใจเกี่ยวกับร่างกายของพวกเขา

⚡️การผ่าตัดหรือการรักษาที่ไม่เร่งด่วน ควรเกิดขึ้นเมื่อใด

⚡️และประเทศไทยมีระบบคุ้มครองสิทธิในเนื้อตัวร่างกายของเด็กอินเตอร์เซ็กซ์เพียงพอแล้วหรือยัง

ซีรีส์ตอนนี้จะพาไปสำรวจประเด็น “การแพทย์ การให้ความยินยอม และสิทธิในร่างกาย” ผ่านข้อมูลจากยุโรป พร้อมชวนมองย้อนกลับมายังบริบทของประเทศไทย เพราะสิทธิในการตัดสินใจเกี่ยวกับร่างกายของตนเอง ไม่ควรเป็นสิ่งที่ใครต้องมาร้องขอในภายหลัง

EU2.1
[Being Intersex in the EU — ตอนที่ 2: "ร่างกายของฉัน แต่ฉันไม่มีสิทธิ์เลือก"]

จะเป็นอย่างไร… ถ้าอวัยวะและเนื้อตัวร่างกายของคุณ ถูกบุคคลอื่นตัดแต่ง ดัดแปลง หรือฉีดสารเคมีเข้าไปตั้งแต่วัยเยาว์ โดยที่คุณไม่มีโอกาสได้รับรู้ข้อมูล ไม่มีสิทธิ์ตั้งคำถาม และไม่มีแม้แต่สิทธิ์ที่จะปฏิเสธสิ่งเหล่านี้ได้เลยแม้แต่คำเดียว? 🩺

ซีรีส์เจาะลึกรายงาน “Being Intersex in the EU” โดย THAi iNTERSEX RiGHTS วันนี้พาคุณก้าวเข้าสู่หลังม่านโรงพยาบาล เพื่อเปิดเผยความจริงอันเจ็บปวดในประเด็น “การแพทย์และการละเมิดสิทธิในเนื้อตัวร่างกาย” ของบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ ซึ่งถือเป็นบาดแผลฝังลึกที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากของคำว่า “การรักษาเพื่อความปกติ”

ตัวเลขทางสถิติเกือบ 2,000 คนจากสหภาพยุโรปฉบับนี้ เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สะท้อนว่า ร่างกายของบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์มักถูกปฏิบัติเหมือนเป็น “กรรมสิทธิ์” ของคนอื่นมาโดยตลอด

🔹 57% ถูกละเมิดสิทธิ์โดยไม่ขอความยินยอม: เกินครึ่งหนึ่งของบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ (หรือผู้ปกครองของพวกเขาในขณะนั้น) ระบุอย่างชัดเจนว่า ไม่เคยถูกถามหาความยินยอมอย่างแท้จริง หรือไม่เคยได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนรอบด้าน ก่อนที่จะถูกส่งตัวเข้าสู่กระบวนการแทรกแซง ผ่าตัดตกแต่งทางเพศหรือการบังคับใช้ฮอร์โมน

🔹 55% ถูกปิดบังผลกระทบอย่างไม่โปร่งใส: มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสำรวจไม่ได้รับรายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบของการรักษา แพทย์มักเร่งรัดกระบวนการโดยไม่ชี้แจงว่า สิ่งเหล่านี้จะส่งผลต่อระบบประสาท ความเจ็บปวดเรื้อรัง ภาวะเป็นหมันหรือการหมดสิทธิ์ที่จะมีบุตรเมื่อพวกเขาเติบโตขึ้นอย่างไร
.
🔹 69% ถูกแทรกแซงด้วยฮอร์โมน และ 26% เผชิญกับมีดหมอตั้งแต่เด็ก: บุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ส่วนใหญ่ถึง 69% ถูกแทรกแซงด้วยฮอร์โมนเป็นอันดับแรก และอีกกว่า 1 ใน 4 (26%) ถูกแทรกแซงด้วยการผ่าตัดศัลยกรรมอวัยวะเพศ (Intersex Genital Mutilation หรือ IGM) ตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ เพียงเพื่อให้สรีระภายนอกถูกบีบให้เข้ากับ “กล่องเพศชายหรือหญิง” ในทางทะเบียนราษฎร์ ทั้งที่ร่างกายของพวกเขาไม่ได้ป่วยเป็นโรคร้ายแรงใด ๆ

🇹🇭 มองกลับมาที่ประเทศไทย 🇹🇭 

แม้ในประเทศไทยยังไม่มีข้อมูลทางสถิติอย่างชัดเจน เนื่องจากยังไม่มีงานวิจัยในเรื่องนี้
แต่ THAi iNTERSEX RiGHTS อยากสื่อสารว่า ทารกและเด็กอินเตอร์เซ็กซ์ไม่ควรถูกรีบเร่ง แทรกแซง
ผ่าตัดศัลยกรรมกำหนดเพศ โดยอ้างเหตุผลทางสังคมและความสบายใจของผู้ใหญ่ มากกว่าความจำเป็นเร่งด่วนทางการแพทย์…

ย้ำให้ วงการสาธารณสุขไทยจะต้องตื่นตัวและร่วมกันผลักดัน “แนวทางเวชปฏิบัติที่เคารพสิทธิของบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์”
เพื่อยุติการตัดสินใจแทนเด็ก และคืนสิทธิ์การเลือกนั้น ให้เป็นของเจ้าของร่างกายเมื่อโตพอ?

เพราะมีดผ่าตัดและฮอร์โมนไม่ควรทำหน้าที่ตัดสินอนาคตและตัวตนของมนุษย์คนหนึ่งแทนเสียงของเขาเอง

สกัดหัวใจหลักงานวิจัยเพื่อนำมาสื่อสาร/ กราฟฟิก: ตุ้ย
บรรนาธิการ: พรีส
อ่านรายงานฉบับเต็ม: Being intersex in the EU
Comments are closed