การสำรวจสำมะโนประชากรปี 2026 ของออสเตรเลียรวมข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล LGBTQ เป็นครั้งแรก: เราคาดหวังอะไรได้บ้าง?

การสำรวจสำมะโนประชากรของออสเตรเลียประจำปี 2026 จะเป็น ครั้งแรก ที่มีการบรรจุคำถามเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับรสนิยมทางเพศ (Sexual Orientation) และอัตลักษณ์ทางเพศ (Gender Identity) ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญภายหลังการรณรงค์เรียกร้องจากองค์กร LGBTQIA+ มาเป็นเวลาหลายปี
 
ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งออสเตรเลีย (Australian Bureau of Statistics หรือ ABS) ชาวออสเตรเลียที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปจะได้รับคำถามเกี่ยวกับเพศสภาพ (Gender) ของตนเอง โดยมีตัวเลือก เช่น ชาย หญิง นอนไบนารี (Non-Binary) หรือคำเรียกอื่น รวมถึงคำถามเกี่ยวกับรสนิยมทางเพศ ซึ่งมีตัวเลือก เช่น รักต่างเพศ (Straight) เกย์หรือเลสเบียน ไบเซ็กชวล และ “คำเรียกอื่น” (Another term) พร้อมทั้งมีทางเลือกที่จะไม่ตอบคำถาม
 
คำถามเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อเพิ่มการมองเห็นและการรับรู้ถึงการมีอยู่ของบุคคล LGBTQIA+ ในสถิติระดับชาติ หลังจากก่อนหน้านี้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าการไม่มีข้อมูลดังกล่าวในการสำรวจสำมะโนประชากรครั้งก่อน ๆ ส่งผลให้ #เกิดช่องว่าง สำคัญในการทำความเข้าใจขนาดของประชากร ความต้องการด้านสุขภาพ และความต้องการด้านบริการของกลุ่มบุคคลดังกล่าว
 
แม้ว่าแผนงานก่อนหน้านี้จะถูกปรับลดขอบเขตลงในบางช่วงของปี 2024 แต่ท้ายที่สุดรัฐบาลได้ยืนยันว่าจะรวมคำถามเกี่ยวกับอัตลักษณ์ทางเพศและรสนิยมทางเพศไว้ในการสำรวจสำมะโนประชากร โดยข้อมูลจะทยอยเผยแพร่เป็นระยะตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2027 เป็นต้นไป
 
การสำรวจสำมะโนประชากรปี 2026 จะเปลี่ยนแปลงอะไรสำหรับบุคคล LGBTQ?
 
เอมิลี วอลเตอร์ (Emily Walter) โฆษกแห่งชาติด้านการสำรวจสำมะโนประชากร อธิบายต่อ Star Observer ว่า การสำรวจสำมะโนประชากรปี 2026 จะเพิ่มคำถามใหม่ 2 ข้อ ได้แก่ คำถามเกี่ยวกับเพศสภาพ (Gender) และคำถามเกี่ยวกับรสนิยมทางเพศ (Sexual Orientation) สำหรับชาวออสเตรเลียที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป
 
นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงคำถามเกี่ยวกับเพศ (Sex) โดยระบุให้ชัดเจนว่าเป็นการสอบถามเกี่ยวกับ “เพศที่ได้รับการบันทึกไว้ตั้งแต่แรกเกิด” (Sex recorded at birth)
 
วอลเตอร์กล่าวว่า
 
“สิ่งสำคัญคือ ในคำถามทั้งหมดเหล่านี้ ทั้งคำถามเกี่ยวกับเพศสภาพและรสนิยมทางเพศ ผู้ตอบสามารถเลือกตัวเลือก ‘#ไม่ประสงค์จะตอบ’ ได้ มีช่องทำเครื่องหมายสำหรับคำเรียกที่ใช้กันทั่วไป เช่น รักต่างเพศ เกย์หรือเลสเบียน และไบเซ็กชวล แต่ในขณะเดียวกันก็มีช่องที่เปิดโอกาสให้ผู้ตอบสามารถระบุคำเรียกของตนเองในรูปแบบข้อความอิสระได้”
 
อย่างไรก็ตาม การสำรวจสำมะโนประชากรในปีนี้ยังไม่ได้รวมคำถามเกี่ยวกับสถานะหรือคุณลักษณะอินเตอร์เซ็กซ์ (Intersex Status) และอัตลักษณ์อินเตอร์เซ็กซ์ไว้ด้วย วอลเตอร์ระบุว่า ปีนี้ถือเป็น “ก้าวแรกที่สำคัญอย่างยิ่ง” และการสำรวจสำมะโนประชากรยังคงทำงานร่วมกับคณะกรรมการที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อพิจารณาการเพิ่มเติมประเด็นต่าง ๆ ในอนาคต
 
การสำรวจสำมะโนประชากรเป็นความลับหรือไม่ และข้อมูลจะถูกนำไปใช้อย่างไร?
 
คำถามเกี่ยวกับอัตลักษณ์ LGBTQ อาจเป็นเรื่องส่วนบุคคลอย่างมาก โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเพศสภาพและเพศ เช่น การระบุ “เพศที่ได้รับการบันทึกไว้ตั้งแต่แรกเกิด” อย่างไรก็ตาม เอมิลี วอลเตอร์ยืนยันว่า ข้อมูลทั้งหมดที่เก็บรวบรวมจะได้รับการคุ้มครอง มีความเป็นส่วนตัว และจะถูกทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้หลังจากการเก็บรวบรวม
 
“เรามีหน้าที่ต้องคุ้มครองข้อมูลดังกล่าว ทั้งตามข้อกำหนดของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Act) และตามบทบัญญัติว่าด้วยการรักษาความลับในกฎหมายว่าด้วยการสำรวจสำมะโนประชากรและสถิติ (Census and Statistics Act) ซึ่งเราต้องปฏิบัติตาม ดังนั้น เราจึงไม่ได้รับอนุญาตและไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลในลักษณะที่อาจนำไปสู่การระบุตัวบุคคลได้ ข้อมูลของแต่ละคนจะถูกนำไปรวมเป็นข้อมูลภาพรวมในระดับประชากร มิใช่การลงทะเบียนหรือระบุตัวบุคคลตามลักษณะเฉพาะเหล่านั้นแต่อย่างใด”
วอลเตอร์กล่าวเพิ่มเติมว่า เธอตระหนักดีว่าคำถามบางข้ออาจทำให้ผู้ตอบรู้สึกไม่สบายใจ โดยเฉพาะคำถามเกี่ยวกับเพศที่ได้รับการบันทึกไว้ตั้งแต่แรกเกิด ในกรณีที่ข้อมูลดังกล่าวอาจแตกต่างจากเพศสภาพของบุคคลนั้นในปัจจุบัน
 
“ข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถนำมาใช้เพื่อระบุตัวบุคคลที่อยู่ในสถานการณ์เช่นนั้นได้ ข้อมูลของพวกเขาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อมูลภาพรวมในระดับประชากร มิใช่การลงทะเบียนหรือระบุตัวบุคคลตามลักษณะเฉพาะดังกล่าว”

ควรมีการเพิ่มคำถามเกี่ยวกับสถานะอินเตอร์เซ็กซ์ในการสำรวจสำมะโนประชากรหรือไม่?

มอร์แกน คาร์เพนเตอร์ (Morgan Carpenter) ผู้อำนวยการบริหารขององค์กร InterAction และสมาชิกของคณะผู้เชี่ยวชาญที่ปรึกษาของ ABS เปิดเผยว่า เขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเมื่อทราบว่า ABS ได้เสนอแนะต่อรัฐบาล #ไม่ให้รวม คำถามเกี่ยวกับ “ความหลากหลายของคุณลักษณะทางเพศโดยกำเนิด (Innate Variations of Sex Characteristics)” ไว้ในการสำรวจสำมะโนประชากร

“เราจำเป็นต้องมีคำถามแยกต่างหาก เนื่องจากบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ได้รับการจดทะเบียนเป็นเพศหญิงหรือเพศชายตั้งแต่แรกเกิด (และบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์จำนวนมากเติบโตขึ้นมาเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายที่มีอัตลักษณ์ทางเพศสอดคล้องกับเพศที่ได้รับการกำหนดตั้งแต่แรกเกิด ขณะที่บางคนมีความหลากหลายทางเพศสภาพ) ด้วยเหตุนี้ การรวมเรื่องอินเตอร์เซ็กซ์ไว้ในคำถามเกี่ยวกับเพศหรือเพศสภาพจึง #ไม่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม เขากล่าวต่อไปว่า

“เราตระหนักว่าการวิจัยของ ABS พบว่าความเข้าใจคลาดเคลื่อนของสาธารณชนเกี่ยวกับประชากรของเรายังคงแพร่หลาย ซึ่งรวมถึงความเชื่อว่าอินเตอร์เซ็กซ์เป็นเรื่องของเพศสภาพ รสนิยมทางเพศ หรือการกำหนดเพศตั้งแต่แรกเกิด #ความเข้าใจผิด เหล่านี้ยังปรากฏอย่างชัดเจนในการรายงานข่าวของสื่อ ตลอดจนนโยบายและแนวปฏิบัติของภาครัฐ และส่งผลกระทบต่อความถูกต้องของคำถามที่ออกแบบตามแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับ ความหลากหลายของคุณลักษณะทางเพศโดยกำเนิด (Innate Variations of Sex Characteristics) การตัดสินใจของ ABS จึงเป็นโอกาสที่สูญเสียไปในการส่งเสริมความเข้าใจของสาธารณชนให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการยกระดับมาตรฐานการรายงานของสถาบันต่าง ๆ และสื่อมวลชน”

เหตุใดการสำรวจสำมะโนประชากรปี 2026 จึงมีความสำคัญต่อชุมชน LGBTQ?

เอมิลี วอลเตอร์กล่าวว่า

“ดิฉันคิดว่าการที่รัฐบาลให้การสนับสนุนเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง เพราะเป็นการทำให้ออสเตรเลียก้าวไปในทิศทางเดียวกับการสำรวจสำมะโนประชากรของประเทศอื่น ๆ และถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าการสำรวจสำมะโนประชากรสามารถสะท้อนสังคมร่วมสมัยได้”

เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า

“การปรับปรุงการสำรวจสำมะโนประชากรครั้งนี้เปิดโอกาสสำคัญในการสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับประสบการณ์ของชุมชน LGBTQ+ และ สนับสนุนการพัฒนาและ #การจัดบริการ_ด้านสุขภาพ และสังคมที่ตอบ #สนองต่อความต้องการ_เฉพาะกลุ่ม เมื่อข้อมูลดังกล่าวถูกนำมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลประเภทอื่นที่เก็บรวบรวมจากการสำรวจสำมะโนประชากร ก็จะช่วยให้สามารถสร้างภาพรวมที่ชัดเจนเกี่ยวกับกลุ่มประชากรขนาดเล็กได้”

วอลเตอร์อธิบายว่า การสำรวจสำมะโนประชากรเก็บข้อมูลในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการจ้างงาน การศึกษา สุขภาพ การมีสุขภาวะในระยะยาว และลักษณะทางประชากรอื่น ๆ อีกมากมาย

“สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดฐานข้อมูลที่มีความสมบูรณ์และมีคุณค่าอย่างยิ่ง ซึ่งขณะนี้สามารถสะท้อนถึงชุมชน LGBTQ+ ได้ด้วย และช่วยให้สามารถวิเคราะห์และทำความเข้าใจประสบการณ์ของชุมชนต่าง ๆ เพื่อนำไปสนับสนุนการวางแผนนโยบายและการจัดบริการ ทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่นต่อไป”

แปล: ตุ้ย
บรรณาธิการ: พรีส
แหล่งข่าว: The 2026 Census Includes LGBTQ People For The First Time. What Can We Expect?

CATEGORIES:

Comments are closed