Turner Syndrome ในแบบที่ ไม่มี ในชีววิทยาหลักสูตรไทย
Turner Syndrome ถือเป็นหนึ่งในคุณลักษณะทางเพศภายใต้ร่มของอินเตอร์เซ็กซ์ที่ปรากฏให้เราเห็นอยู่บ่อยครั้ง ในตำราเรียนวิชาชีววิทยา ตามหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ (มัธยมศึกษาปีที่ 4-6) โดยระบุว่า เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากการจับคู่โครโมโซมผิดปกติตั้งแต่ยังเป็นตัวอ่อน ซึ่งส่งผลให้ Turner เป็นบุคคลที่เกิดมาพร้อมกับ:
• มีโครโมโซมเพศ 45,XO
• มักจะตัวเล็กกว่าคนอื่น (มีส่วนสูงต่ำกว่า 155 ซม.)
• เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ช้า หรือไม่มีประจำเดือนโดยไม่ทราบสาเหตุ
• มักมีภาวะมีบุตรยาก หรือเมื่อตั้งครรภ์แล้วมักจะแท้งลูก
แต่จริงๆ แล้ว Turner อาจมีคุณลักษณะทางร่างกายแตกต่างกันในแต่ละคน และคุณลักษณะแบบ Turner สามารถเกิดร่วมกับคุณลักษณะ Mosaic ได้ (หมายถึง นอกจากมีโครโมโซมแบบ 45,XO ยังมีรูปแบบอื่น เช่น 46,XX หรือ 46,XY ด้วย) เรียกว่า Mosaic Turner Syndrome นั่นทำให้:
• หากมีโครโมโซม 45X กับ 46XX บุคคลนั้นอาจเข้าสู่วัยรุ่นด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจน และมีประจำเดือน
• หากมีโครโมโซม 45X กับ 46XY อาจมีเนื้อเยื่ออัณฑะที่สามารถผลิตฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนได้
และเป็นข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏอยู่ในตำราเรียนวิชาชีววิทยา หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายที่ว่า ร่างกายแบบ Turner นั้นมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยในบางโรค เช่น
• ภาวะกระดูกพรุน/กระดูกบาง
• ภาวะกระดูกสันหลังคด
• โรค Celiac
• อาการติดเชื้อในหูชั้นกลาง
• โรคไทรอยด์
• โรคหัวใจ
แต่สิ่งเราต้องตระหนักร่วมกันคือ พวกเขาปกติ เพียงแต่ควรเข้าถึงการรับคำปรึกษาจากแพทย์เกี่ยวกับการดูแลร่างกายในรูปแบบที่เฉพาะตัว เพื่อให้มีสุขภาพที่ดี
คุณลักษณะทางเพศแบบ Turner นั้นสามารถพบเจอได้มากน้อยแค่ไหน?
โดยทั่วไป อัตราการพบเจอบุคคลที่มีคุณลักษณะทางเพศแบบ Turner จะอยู่ที่ 1 ใน 2,000–4,000 คน นั่นหมายความว่า พวกเขาใช้ชีวิตอยู่รอบตัวเรา อาจเดินสวนกันบนฟุตบาธ เรียนในโรงเรียนเดียวกัน เป็นเพื่อนร่วมงานของเราก็ได้
ขณะเดียวกัน แผนการรักษาต้องมาจากการยินยอมของผู้รับการรักษา เนื่องจากหลายครั้ง แพทย์มักวางแผนการรักษาให้ตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเสนอให้เริ่มฮอร์โมนเอสโตรเจน และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงถาวร เช่นการพัฒนาของเต้านมและมดลูก
ซึ่งไม่สามารถย้อนกลับได้ทั้งหมด ดังนั้น ควรชะลอแผนการรักษาไปจนถึงอายุ 11-13 ปี
ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เด็ก Turner เริ่มเข้าใจภาวะร่างกายและมีความคิดเห็นต่อแผนการรักษาตัวเองได้
"สิ่งที่สำคัญที่สุดในแผนการรักษา คือ การดูแลสุขภาพใจ และการมีสังคมที่พร้อมให้การสนับสนุนบุคคล Turner ให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย สบายใจ และมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ดังนั้น ทั้งเด็ก Turner และครอบครัวควรเข้าถึงบริการสนับสนุนด้านสุขภาพใจ และเข้าร่วมกับชุมชนอินเตอร์เซ็กซ์ เพื่อให้ทั้งเด็กและครอบครัวเกิดความเข้าใจในร่างกาย อัตลักษณ์ และยังผลให้เกิดการรักษาที่เคารพชีวิตของเด็ก Turner ที่สุด"
Thai intersex Rights
บทความ: อัส
บรรณาธิการ: พรีส