ในตอนที่แล้ว เราได้พูดถึงสิทธิในความเป็นส่วนตัวและการกำหนดขอบเขตของตัวเองระหว่างการตรวจรักษา เมื่อผู้เข้ารับบริการรู้สึกปลอดภัยพอที่จะกำหนดขอบเขตได้ สิ่งที่ตามมาคือความไว้วางใจที่จะเล่าอาการและความกังวลของตัวเองอย่างตรงไปตรงมามากขึ้น แต่ความไว้วางใจนั้นจะมีความหมาย ก็ต่อเมื่อสิ่งที่พูดออกไปได้รับการรับฟังและประเมินอย่างจริงจังด้วยเช่นกัน ตอนนี้เราจะมาดูว่า การประเมินอาการอย่างครอบคลุมรอบด้านสำหรับบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ควรมีหน้าตาแบบไหน
เมื่อเราเจ็บป่วย สิ่งที่คาดหวังก็คือการได้รับการรักษาที่ตอบโจทย์อาการที่กำลังเผชิญอยู่
แต่สำหรับบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์แล้วนั้น บางครั้งการไปพบแพทย์ กระบวนการวินิจฉัยรักษาอาจไม่ได้เริ่มต้นจากอาการ
ที่ทำให้ต้องมาในวันนั้นเลยด้วยซ้ำ แต่กลับเริ่มจากความสนใจในคุณลักษณะความหลากหลายของร่างกาย
จนทำให้ประเด็นที่ควรได้รับการดูแลจริง ๆ ในตอนนั้นถูกเลื่อนไปเป็นเรื่องรอง
ลองนึกภาพดูว่า คุณเดินทางมาห้องฉุกเฉินเพราะ ปวดท้องอย่างรุนแรง
แต่บทสนทนาส่วนใหญ่กลับวนอยู่ที่ ประวัติการพัฒนาคุณลักษณะทางเพศ หรือการรักษาในอดีต
ทั้งที่เรื่องเหล่านั้นอาจไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับอาการปวดท้องในตอนนี้เลย
เมื่อสิ่งที่ผู้ป่วยกังวลไม่ได้รับการรับฟังอย่างเต็มที่ ความไว้วางใจระหว่างผู้เข้ารับบริการกับทีมรักษาก็ค่อย ๆ ลดลง
และการวินิจฉัยหรือการรักษาก็อาจล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น ที่สำคัญคือ ทุกอาการ ควรได้รับการประเมินอย่างเหมาะสม
และครอบคลุม และตัวบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์เองก็ย่อมมีสิทธิที่จะได้รับการประเมินอาการ
ด้วยมาตรฐานเดียวกับคนทุกคน โดยไม่มีข้อยกเว้น
ความหลากหลายของคุณลักษณะเพศอาจเป็นข้อมูลสำคัญในบางสถานการณ์ก็จริง
แต่ไม่ควรถูกหยิบยกมาใช้เป็นคำอธิบายของ ทุกอาการ หรือทำให้สาเหตุอื่น ๆ ที่เป็นไปได้ถูกมองข้ามไป
การรักษาที่มีคุณภาพจึงควรเริ่มจากคำถามเบื้องต้นว่า “วันนี้คุณมาพบแพทย์ เพราะอะไร”
แล้วดำเนินไปตามข้อมูลทางการแพทย์ อาการ และ ผลการตรวจตามจริง
มากกว่าการตั้งสมมติฐานจากคุณลักษณะทางร่างกาย เพียงอย่างเดียว
ประสบการณ์ของคุณ คือข้อมูลทางการแพทย์ที่มีคุณค่า
ไม่มีใครใช้ชีวิตอยู่กับร่างกายของคุณมากไปกว่า ตัวคุณเอง คุณย่อมรู้ดีว่าอาการแบบไหนเป็นเรื่องปกติ อาการไหน เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก หรือการรักษาแบบไหน เคยได้ผลหรือไม่ได้ผล มาก่อน พึงระลึกไว้เสมอว่า ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้มาแทนที่ความรู้ทางการแพทย์ หากแต่ช่วยให้ทีมรักษา เห็นภาพรวมของคุณได้ครบถ้วนรอบด้าน เมื่อทั้งสองฝ่ายแบ่งปันสิ่งที่ตัวเองรู้ การตัดสินใจเรื่องการรักษา ก็ยิ่งมีโอกาส แม่นยำและเหมาะสมกับคุณมากขึ้นเท่านั้น
หากรู้สึกว่าอาการของคุณกำลังถูกมองข้าม
บางครั้งผู้เข้ารับบริการอาจรู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองกังวลยังไม่ได้รับคำตอบ หรืออาการที่เกิดขึ้นยังไม่ได้รับการประเมินอย่างครบถ้วนเหมาะสม หากเจอสถานการณ์แบบนี้ คุณสามารถช่วยให้การสื่อสารชัดเจนขึ้นได้ ด้วยการอธิบายว่า อาการเริ่มต้นเมื่อไหร่ อะไรทำให้อาการดีขึ้นหรือแย่ลง อาการนี้ส่งผลต่อชีวิตประจำวันอย่างไร อะไรคือสิ่งที่คุณกังวลที่สุดและอยากได้คำตอบ บางครั้ง การสรุปสิ่งที่อยากพูดไว้ล่วงหน้า หรือ จดคำถามที่อยากถามไว้ ก็ช่วยให้การพูดคุยกับทีมรักษาเป็นระบบขึ้นมาก โดยเฉพาะตอนที่คุณกำลังเครียดหรือเจ็บปวดอยู่
การดูแลที่ดี คือการตัดสินใจร่วมกัน
การรักษาที่มีคุณภาพไม่ได้เกิดจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตัดสินใจเพียงลำพัง แต่เกิดจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างผู้รับบริการกับทีมรักษาต่างหาก บุคลากรทางการแพทย์นั้นย่อมมีความเชี่ยวชาญด้านการวินิจฉัยและการรักษา ส่วนตัวผู้ป่วยก็มีความรู้เรื่องร่างกายตัวเอง ประสบการณ์ชีวิต และคุณค่าที่ตัวเองให้ความสำคัญ
เมื่อทั้งสองฝ่าย เปิดใจรับฟังกัน การตัดสินใจเรื่องการตรวจ การรักษา หรือการติดตามอาการ ก็ยิ่งมีโอกาส ตอบโจทย์เฉพาะตัวบุคคล ได้ดีขึ้น การมีส่วนร่วมของผู้เข้ารับบริการจึงเป็นการเติมเต็มให้การดูแลสุขภาพมีความเป็นมนุษย์และเคารพศักดิ์ศรีของทุกฝ่ายมากขึ้น
การได้รับการรักษาที่เหมาะสม คือสิทธิของทุกคน
ไม่ว่าคุณจะมีคุณลักษณะทางร่างกายแบบใด ทุกคนล้วนมีสิทธิได้รับการประเมินอาการอย่างรอบด้านครอบคลุม ได้รับการรับฟังอย่างจริงจัง และได้รับการรักษาที่ตั้งอยู่บนข้อมูลทางการแพทย์ ความต้องการ และสถานการณ์เฉพาะของแต่ละตัวบุคคล การดูแลสุขภาพที่มีคุณภาพจึงไม่ใช่แค่การรักษาโรค แต่คือการสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ป่วยกับทีมรักษา เพื่อให้ทุกการตัดสินใจนำไปสู่การดูแลที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคนจริง ๆ
แต่ความร่วมมือที่แท้จริงยังต้องก้าวไปอีกขั้น นั่นคือ จากการ “รับฟัง” ไปสู่การ “ร่วมตัดสินใจ”
ตอนสุดท้ายของซีรี่ย์ชุดนี้จะพูดถึงหัวใจสำคัญของกระบวนการนั้น นั่นคือการยินยอมโดยได้รับข้อมูลอย่างเพียงพอ
และเหตุผลที่การตัดสินใจเกี่ยวกับร่างกาย ควรเป็นของเจ้าของร่างกายเสมอ
หมายเหตุ ข้อมูลชุดนี้อ้างอิงและเรียบเรียงจับใจความสำคัญเพื่อสื่อสารให้เข้าใจอย่างง่าย จากคู่มือสิทธิผู้ป่วยขององค์กร interACT (สหรัฐอเมริกา) ซึ่งระบบบริการทางการแพทย์และกฎหมายคุ้มครองสิทธิอาจแตกต่างจากบริบทของประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม THAi iNTERSEX RiGHTS นำเนื้อหานี้มาเผยแพร่ เพื่อเป็นแนวทางและกระบอกเสียงในการผลักดันมาตรฐานการรักษาพยาบาลที่โอบรับและเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ในสังคมไทยต่อไป
เรียบเรียงเพื่อนำมาสื่อสาร/กราฟฟิก: ตุ้ย
บรรณาธิการ: พรีส
อ่านเอกสาร interACT ได้ ที่นี่