คุณลักษณะ ความแตกต่างของยีนส์ NR-5A1

คุณลักษณะ ความแตกต่างของยีนส์ NR-5A1 gene #Variation (mutation)

พิดเจียน พาโกนิส (Pidgeon Pagonis)
ศิลปินและนักกิจกรรมชาวอเมริกันที่เป็นกระบอกเสียงสำคัญของชุมชนอินเตอร์เซ็กซ์ (Intersex) ในระดับสากล

เมื่อตอนที่พิดเจียนเกิดมา หมอวินิจฉัยว่ามีคุณลักษณะที่ในสมัยนั้นเรียกว่า “Pseudohermaphroditism แบบชาย” (Male Pseudohermaphroditism) หรือถ้าใช้ศัพท์ปัจจุบันที่เหมาะสมกว่าคือมีความหลากหลายของคุณลักษณะร่างกายแบบ 46, XY คุณหมอแนะนำให้พ่อแม่เลี้ยงพิดเจียนเป็นเพศหญิง และได้ทำการผ่าตัดหลายครั้งตั้งแต่วัยเยาว์เพื่อตัดอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกและสร้างอวัยวะเพศหญิงขึ้นมาใหม่ โดยที่ไม่ได้บอกความจริงกับพิดเจียนเกี่ยวกับร่างกายของตนเอง

พิดเจียนมารู้ความจริงว่าตัวเองเป็นอินเตอร์เซ็กซ์ตอนอายุประมาณ 18-19 ปี หลังจากได้เห็นบันทึกทางการแพทย์และเข้าฟังบรรยายในมหาวิทยาลัย ในตอนนั้น พิดเจียนปะติดปะต่อเรื่องราวและเชื่อว่าตนเองมีคุณลักษณะ Androgen Insensitivity Syndrome (AIS) หรือกลุ่มอาการไม่ตอบสนองต่อฮอร์โมนแอนโดรเจน (ฮอร์โมนเพศชาย) เนื่องจากมีโครโมโซม XY และมีอัณฑะอยู่ภายในร่างกาย (ซึ่งถูกตัดออกไปตั้งแต่เด็กโดยหมอบอกว่าเป็นอัณฑะฝ่อหรืออาจเป็นมะเร็ง)

สิ่งที่เกิดขึ้น : พิดเจียนจึงเริ่มออกมาเป็นกิจกรรมโดยใช้ข้อมูลว่าตนเองเป็นผู้ที่มีคุณลักษณะ AIS เพื่อสร้างความตระหนักรู้

ในปี 2020 พิดเจียนได้แชร์ข้อมูลใหม่ที่สำคัญมาก คือจากการตรวจร่างกายและการวินิจฉัยทางการแพทย์ในระดับลึกขึ้น พบว่าการวินิจฉัยว่าเป็น AIS นั้น “ไม่ถูกต้อง” ทั้งหมด
คุณลักษณะที่แท้จริง: พิดเจียนพบว่าตนเองมีคุณลักษณะที่เรียกว่า “NR-5A1 ความแตกต่างของยีนส์” (NR-5A1 gene mutation)

บุคคลที่มีความแตกต่างของยีน NR5A1 (Nuclear Receptor Subfamily 5 Group A Member 1) หรือที่รู้จักในชื่อโปรตีน SF-1 (Steroidogenic Factor 1) เป็นสาเหตุสำคัญที่ส่งผลต่อการพัฒนาของระบบสืบพันธุ์และต่อมหมวกไต

โดยบทบาทปกติของยีน NR5A1
ทำหน้าที่สร้างโปรตีนที่เป็นตัวควบคุม (Transcription Factor) ในการเปิด-ปิดการทำงานของยีนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ

  • การสร้างต่อมเพศ (อัณฑะและรังไข่)
  • การสร้างต่อมหมวกไต (Adrenal Glands)
  • กระบวนการสร้างฮอร์โมนสเตียรอยด์ (Steroidogenesis)
    .
    ผลกระทบเมื่อเกิดการแตกต่างของยีนส์นี้ (Clinical Spectrum)
    อาการที่ปรากฏจะมีความหลากหลายสูงมาก (Broad Phenotypic Spectrum) แม้คนในครอบครัวเดียวกันที่มีความแตกต่างของยีนส์นี้ในตำแหน่งเดียวกันก็อาจมีอาการต่างกัน ดังนี้
    ในบุคคลที่มีโครโมโซม 46,XY
  • อวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกไม่อาจตัดสินได้ว่าเป็น จู๋หรือจิ๋ม (Ambiguous Genitalia)
  • มีความแตกต่างไปของต่อมเพศ (อัณฑะ) (Gonadal Dysgenesis): ตั้งแต่ระดับสูงอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกเป็นจิ๋มหรือคล้ายจิ๋ม ( เช่น Swyer Syndrome) ไปจนถึงระดับน้อย เช่น อัณฑะไม่ลงถุง (Cryptorchidism) หรือท่อปัสสาวะเปิดผิดที่ (Hypospadias)
  • มีบุตรยาก (Infertility): เนื่องจากการสร้างไม่สร้างเชื้ออสุจิหรือสร้างได้น้อยมาก (Spermatogenic Failure) ในบุคคลที่ภายนอกดูมีคุณลักษณะชายตามที่สังคมคาดหวัง ,อวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกเป็นจู๋
    *
    ในบุคคลที่มีโครโมโซม 46,XX
  • รังไข่เสื่อมก่อนกำหนด (Primary Ovarian Insufficiency – POI): ประจำเดือนขาด หรือเข้าสู่วัยทองก่อนอายุ 40 ปี
  • ความแตกต่างของอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก : ในบางกรณีที่พบได้ยาก แต่อาจมีการพัฒนาของเนื้อเยื่ออัณฑะ (46,XX DSD)
  • ประจำเดือนที่ต่างออกไป หรือ ไม่มีประจำเดือน
  • การมีบุตรยาก

ผลต่อต่อมหมวกไต:

  • แม้จะพบได้ไม่บ่อยนัก แต่การแตกต่างของยีนส์นี้บางรูปแบบอาจทำให้เกิด ภาวะต่อมหมวกไตทำงานบกพร่อง (Adrenal Insufficiency) ซึ่งเป็นอันตรายหากไม่ได้รับการรักษา

สรุปประเด็นสำคัญทางการแพทย์

  • การสืบทอดทางพันธุกรรม: ส่วนใหญ่เป็นการถ่ายทอดแบบ Autosomal Dominant (มียีนแตกต่างไปเพียงข้างเดียวก็แสดงอาการได้) แต่ความแตกต่างระดับสูงหรือน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล (Incomplete Penetrance)
  • การวินิจฉัย: มักใช้การตรวจลำดับพันธุกรรม (Genetic Testing/NGS) เมื่อพบอาการเกี่ยวกับฮอร์โมนหรืออวัยวะเพศไม่ชัดเจน
  • การดูแล : เน้นการดูแลแบบสหสาขาวิชาชีพ (Endocrinologist, Geneticist, Urologist) รวมถึงการทดแทนฮอร์โมนตามความเหมาะสมของเพศสภาพ

บทความ 1 (ถอดความตามงานวิจัย)
Novel Mutation of NR5A1 in A Case of 46,XY Disorder of Sexual Development: A Case Report
คณะผู้วิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตีพิมพ์เมื่อ 30 กันยายน ค.ศ. 2019 (พ.ศ. 2562) Thai Journal of Surgery เล่มที่ 40 ฉบับที่ 3 หน้า 65–70
บทความเน้นความสำคัญเรื่องการตรวจดูยีนส์ เมื่อพบบ ความแตกต่างของ 46,XY ในครอบครัว อาจดู คนในครอบครัวที่มี 46,XX เพื่อดูว่ามีอาการรังไข่เสื่อมก่อนวัยหรือไม่

รายละเอียดกรณีศึกษา

  • เด็กถูกเลี้ยงเป็นเพศหญิง
  • มีอวัยวะเพศภายนอกคล้ายเพศหญิง แต่มีความกำกวม ( ศัพท์ทางการแพทย์ อวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกไม่สามารถตัดสินได้ว่าเป็น จู๋ หรือ จิ๋ม )
  • ไม่พบอัณฑะในตำแหน่งปกติ
  • ตรวจโครโมโซมพบว่าเป็น 46,XY
  • ได้รับการผ่าตัดเอาต่อมเพศออก และผ่าตัดตกแต่งอวัยวะเพศ
  • ต่อมามีการรักษาด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจน

🔸 ผลการตรวจทางพันธุกรรม

  • พบการแตกต่าง (Variation) ของยีน NR5A1 (p.R84C)
  • ตำแหน่งนี้อยู่ในส่วนสำคัญที่ควบคุมการทำงานของโปรตีน (DNA-binding domain)
  • ส่งผลให้การควบคุมการสร้างฮอร์โมนเพศต่างออกไป

🔸 การอภิปราย (Discussion)

  • เดิมเข้าใจว่า 46,XY DSD เกิดจากการไม่ตอบสนองต่อ androgen
  • แต่ปัจจุบันพบว่า ความแตกต่าง (Variation) ของยีนหลายตัว เป็นสาเหตุสำคัญ
  • ยีน NR5A1 มีบทบาทสำคัญในการ:
  • พัฒนาต่อมเพศ (gonad)
  • พัฒนาต่อมหมวกไต
  • การสร้างฮอร์โมนเพศ
  • การแตกต่าง (Variation) ของ NR5A1 พบได้ประมาณ 8–15% ของผู้ป่วย 46,XY (DSD)

บทความ 2
Role of NR5A1 Gene Mutations in Disorders of Sex Development: Molecular and Clinical Features
ตีพิมพ์เมื่อปี ค.ศ. 2024 (May 9, 2024) วารสาร: Current Issues in Molecular Biology
บทความชี้ให้เห็นว่า คุณลักษณะทางเพศนั้นเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน “DSDs are a group of congenital conditions characterized by atypical development of chromosomal, gonadal, or anatomical sex.”

  • บทความชี้ให้เห็นว่า ความหลากหลายของอาการ แม้จะมียีนเดียวกัน
    👉 ผู้ป่วยแต่ละคนอาจมีอาการแตกต่างกันมาก #แสดงให้เห็นว่า
  • ไม่มีความสัมพันธ์แบบตายตัวระหว่างยีน (genotype) กับลักษณะทางกายภาพ (phenotype)

จำนวนบุคคลที่อยู่ร่วมกับคุณลักษณะนี้ในประชากร ( #การพบในประชากร )

1 กลุ่มผู้ที่มีความแตกต่างของการพัฒนาคุณลักษณะทางเพศ (DSD)
การแตกต่างของยีน NR5A1 ถือเป็นสาเหตุทางพันธุกรรมที่พบบ่อยเป็นอันดับต้นๆ ในกลุ่มประชากรนี้

  • พบประมาณ 10–20% ของผู้ที่มีความแตกต่างของการพัฒนาคุณลักษณะทางเพศแบบ 46,XY (46,XY DSD)
  • ในบางพื้นที่ เช่น ยูเครน มีรายงานสถิติสูงถึง 14.7% ในทะเบียนผู้ป่วย DSD
  1. กลุ่มที่มีปัญหาเรื่องการมีบุตรยาก (Infertility)
    ยีนนี้ส่งผลกระทบต่อทั้งชายและหญิงในสัดส่วนที่ต่างกัน:
  • 46,XY: พบความแตกต่างของ NR5A1 ประมาณ 4% ในกลุ่มผู้ชายที่มีภาวะสร้างอสุจิล้มเหลว (Spermatogenic Failure) โดยหาสาเหตุอื่นไม่ได้
  • 46,XX : พบประมาณ 1.4–1.6% ในกลุ่มผู้หญิงที่มีภาวะรังไข่เสื่อมก่อนกำหนด (Primary Ovarian Insufficiency – POI) แบบที่ไม่ได้เกิดขึ้นในครอบครัว (Sporadic cases)

CATEGORIES:

Comments are closed