Myth & Fact เกี่ยวกับ “การผ่าตัดแทรกแซงร่างกายเด็กอินเตอร์เซ็กซ์”

Myth & Fact เรียนรู้กันและกันวันละนิด เพื่อการอยู่ร่วมกับบุคคลอินเตอร์

 Myth:
 
ทุกคนที่เป็นอินเตอร์เซ็กซ์ต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไขตั้งแต่เด็ก เพื่อให้ร่างกาย “ปกติ”
 
Fact:
 
ไม่จริง — การผ่าตัดแทรกแซงในเด็กอินเตอร์เซ็กซ์ส่วนใหญ่มักไม่ใช่สิ่งจำเป็นทางการแพทย์ แต่เป็นเพียงการ “ปรับลักษณะร่างกายให้เข้ากับบรรทัดฐานของระบบสองเพศ” มากกว่าการรักษาโรค ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและใจในระยะยาว
 

ปัจจุบัน มีข้อมูลจาก คู่มือสำหรับผู้ปกครอง: การสนับสนุนบุตรหลานที่เป็นอินเตอร์เซ็กซ์ จัดทำโดย IGLYO, OII Europe และ EPA ระบุว่า มีเพียง 2 กรณีเท่านั้นที่ควรได้รับการผ่าตัดในเด็กทารกทันทีหลังคลอด ได้แก่ 1. ภาวะสูญเสียเกลือแร่ (Salt Wasting) ที่มีสาเหตุมาจาก ภาวะต่อมหมวกไตโตแต่กำเนิด (Congenital Adrenal Hyperplasia – CAH) และ 2. ท่อปัสสาวะปิด (Closed Urethra) ตั้งแต่แรกเกิด

หากนอกเหนือจาก 2 กรณีนี้ มีความเป็นไปได้ว่า เป็นเพียงข้อเสนอแนะจากแพทย์เพื่อให้เด็กอินเตอร์เซ็กซ์สามารถใช้ชีวิตตามกรอบของสังคมได้ง่ายขึ้น

สิ่งที่ทุกคนควรรู้คือ การผ่าตัดตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ไม่ได้ ทำให้การใช้ชีวิตของเด็กอินเตอร์เซ็กซ์นั้นง่ายขึ้น ในอดีต แพทย์มักแนะนำให้เด็กอินเตอร์เซ็กซ์ผ่าตัดตั้งแต่แรกเกิด โดยอ้างว่า เนื้อเยื่อต่อมเพศที่แตกต่างไปจากอวัยวะเพศตามกรอบสังคมนั้นนำไปสู่ความเสี่ยงต่อการเกิด “มะเร็ง” หรือเพื่อสร้างอวัยวะเพศ ให้ดูเป็น “ชายหรือหญิง” ตามกรอบสังคม แต่สิ่งที่ตามมาคือผลกระทบต่อการใช้ชีวิตหลังจากนั้นของเด็กอินเตอร์เซ็กซ์ เช่น

  • การอาการชา หรือสูญเสียความรู้สึกทางเพศ
  • การเกิดพังผืด แผลที่ต้องได้รับการแก้ไขเรื้อรัง หรือภาวะแทรกซ้อน
  • ความเจ็บปวดเรื้อรัง หรือภาวะซึมเศร้าเมื่อเติบโต
  • การรู้สึกว่าตนถูกพรากสิทธิในการตัดสินใจในร่างกาย

แนวทางสากลในปัจจุบันว่าอย่างไร?

องค์กรสิทธิมนุษยชนและแพทย์ระดับโลก เช่น UN, WHO, Human Rights Watch, และ Council of Europe ต่างเห็นตรงกันว่า — ควรชะลอการผ่าตัดที่ไม่จำเป็น จนกว่าบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์จะสามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเอง แนวทางนี้เรียกว่า “Wait and See Approach” หรือ “ชะลอการผ่าตัดไว้ก่อน” เพื่อให้เด็กได้เติบโตจนกระทั่งเข้าใจร่างกายของตนเอง และเข้าใจสำนึกทางเพศของตนเอง ก่อนการตัดสินใจ

แล้วการแพทย์ควรทำอย่างไรแทน?

  • ให้ข้อมูลที่ครบถ้วนกับพ่อแม่
  • ดูแลด้านร่างกายและจิตใจโดยไม่เร่งแก้ไขรูปลักษณ์
  • ให้ทีมสหวิชาชีพเข้ามาช่วย เช่น นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์
  • เคารพสิทธิในการมีส่วนร่วมของเด็กเมื่อโตพอที่จะเข้าใจ

เพราะร่างกายนี้เป็นของเรา ไม่ใช่ของสังคม
เด็กทุกคนรวมถึงเด็กอินเตอร์เซ็กซ์ ควรมีสิทธิ์เลือกว่าจะ “รักษา” หรือ “ไม่รักษา” ร่างกายของตนเองเมื่อถึงเวลา

“การรักษาที่ไม่จำเป็นอาจทิ้งรอยแผลที่มองไม่เห็นไว้ตลอดชีวิต”

บทความ: อัส
บรรณาธิการ: พรีส

CATEGORIES:

Comments are closed