คุณลักษณะไม่ตอบสนองต่อเอสโตรเจน (Estrogen Insensitivity Syndrome: EIS)

บุคคลที่มีคุณลักษณะไม่ตอบสนองต่อเอสโตรเจนเป็นผู้ที่มีความหลากหลายทางพันธุกรรม ซึ่งทำให้ร่างกายไม่ตอบสนองต่อฮอร์โมนเอสโตรเจน

บุคคลที่มีโครโมโซม XX และมีคุณลักษณะดื้อต่อเอสโตรเจน มักเกิดมาพร้อมอวัยวะ เช่น แคมและช่องคลอด อาจมีมดลูกขนาดเล็ก และมีรังไข่ที่โตขึ้นซึ่งต่อมาจะเกิดถุงน้ำหลายใบ รวมถึงอาจมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงมาก แต่ร่างกายไม่สามารถต่อสนองหรือใช้ฮอร์โมนดังกล่าวได้ ในช่วงวัยรุ่น มักไม่เกิดการร่างกายที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ตามแบบที่ขับเคลื่อนด้วยเอสโตรเจน เช่น การพัฒนาของเต้านมหรือการมีประจำเดือน และอาจมีขนตามร่างกายหรือสิวเพิ่มขึ้นจากอิทธิพลของแอนโดรเจน

บุคคลที่มีโครโมโซม XY ก็สามารถเกิดมาพร้อมคุณลักษณะไม่ตอบสนองต่อเอสโตรเจนได้เช่นกัน และอาจมีหรือไม่มีความหลากหลายของการสร้างฮอร์โมนอื่น การพัฒนาของอัณฑะ และการพัฒนาลักษณะทางเพศรองอื่น ๆ ที่แตกต่างออกไปตามแต่ละบุคคล

Estrogen Insensitivity Syndrome (EIS) หรือ Complete Estrogen Insensitivity (CEIS) นี้ เป็นคุณลักษณะทางพันธุกรรม ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของยีนตัวรับเอสโตรเจนอัลฟ่า (ESR1) โดยตรง ทำให้ร่างกายไม่ตอบสนองต่อฮอร์โมนเอสโตรเจน
.
บทความ : Familial Multiplicity of Estrogen Insensitivity Associated With a Loss-of-Function ESR1 จาก PubMed.
นักวิจัยต้องการอธิบายกรณีครอบครัวหนึ่ง ที่มีสมาชิก 3 คน ซึ่งแสดงอาการของ “ความไม่ตอบสนองต่อเอสโตรเจน (estrogen insensitivity)” กล่าวคือ ร่างกายไม่ตอบสนองต่อฮอร์โมนเอสโตรเจน แม้มีระดับฮอร์โมนในเลือดสูง
.
สำรวจ สมาชิก 3 คนมาจากครอบครัวในแอลจีเรีย (มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดใกล้ชิด (consanguineous) คือ พี่น้อง 2 คนเป็นหญิง XX (sisters) และ 1 คนเป็นชาย XY(brother)

  • ทั้ง 3 คนไม่เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ (delayed puberty) และมีการเจริญเติบโตของกระดูกช้า (delayed bone maturation) กระดูกไม่ปิด
  • สำหรับ 2 พี่น้องหญิง (XX) : พบรังไข่ที่ขยายใหญ่และมีถุงน้ำหลายใบ (multicystic ovaries)
    .
    ผลการตรวจทางฮอร์โมน
  • เมื่อวัดระดับฮอร์โมน พบว่า “17β-estradiol” (เอสตราไดออล คือ เอสโตรเจนชนิดหนึ่ง) ในเลือดสูง (> 50 เท่าของค่าปกติ)
  • พร้อมกับฮอร์โมน gonadotropin (ฮอร์โมนควบคุมระบบสืบพันธุ์) ก็สูงขึ้น (มากกว่า 3 เท่าของค่ากลาง) สถานการณ์แบบนี้ชี้ชัดว่าเป็น “resistance/insensitivity ต่อเอสโตรเจน”
    .
    งานวิจัยนี้ ลบล้างความเชื่อ ว่า หายาก เพราะ เคยมีความเชื่อว่า คุณลักษณะนี้เป็นคุณลักษณะที่หายากที่สุด แต่กรณีครอบครัวนี้ชี้ให้เห็นว่า “ความไม่ตอบสนองต่อเอสโตรเจน” (estrogen insensitivity) — ที่เกิดจากการเปลี่ยนแผลงของยีนส์ ERα และอาจไม่ใช่คุณลักษณะที่หายากที่สุดอย่างที่เคยคิดไว้เมื่อก่อน แต่สามารถมีหลายคนในครอบครัวเดียวกัน (familial multiplicity) ได้
    .
    บทความที่น่าสนใจอีกฉบับ ESR1 Mutations Associated With Estrogen Insensitivity Syndrome Change Conformation of Ligand‑Receptor Complex and Altered Transcriptome Profile นักวิจัยทำการทดลองในหนู เป็นการศึกษาทางพันธุกรรม ศึกษาผลของฮอร์โมนหรือยากระตุ้นฮอร์โมน (เช่น progestogen) และยากดฮอร์โมนสืบพันธุ์ เพื่อดูโอกาสที่อาจ “ย้อน” ปัญหาการทำงานของระบบสืบพันธุ์ในหนู [ ข้อควรระวังเมื่ออ่าน การทดลองในหนู หนูไม่ใช่มนุษย์ จึงไม่อาจเทียบเคียงได้อย่างตรงไปตรงมาค่ะ : พรีส ]

จำนวนบุคคลที่อยู่ร่วมกับคุณลักษณะนี้ในประชากร ( #การพบในประชากร )

น้อยกว่า 1 ใน 1,000,000 คน (<1 / 1,000,000)

จำนวนบุคคลที่ได้รับการบันทึกและเผยแพร่ในวารสารทางการแพทย์มีน้อยมาก (แปลว่าที่ไม่ได้บันทึกจึงไม่ทราบ : พรีส)

  • ข้อมูล ณ ปี 2016: มีการรายงานที่ได้รับการยืนยันการวินิจฉัยการเปลี่ยนแปลงของ ESR1 เผยแพร่ในวารสารทางการแพทย์เพียง 3 รายงานหลัก เท่านั้น รวมกันเพียง 5 ราย ทั่วโลก ได้แก่:
  • รายงานที่ 1 (ปี 1994): ผู้ป่วยชาย 1 ราย
  • รายงานที่ 2 (ปี 2013): ผู้ป่วยหญิง 1 ราย
  • รายงานที่ 3 (ปี 2016): รายงานในครอบครัว 1 ครอบครัว ประกอบด้วยพี่น้อง 3 ราย (หญิง 2 ราย และชาย 1 ราย)
  • ข้อมูลล่าสุด: มีรายงานเพิ่มเติมเป็นระยะ ๆ นับจากปี 2016 ในลักษณะของรายงานบุคคล (Case Report) ทั่วโลก แต่จำนวนรวมของประชากรที่ได้รับการยืนยันการวินิจฉัย EIS ยังคงถือว่า น้อยที่สุด ในบรรดาความแตกต่างทางต่อมไร้ท่อและพันธุกรรม

.

เชิงอรรถ

เอสโตรเจน ( #Estrogen) คือ ฮอร์โมนเพศหลักกลุ่มหนึ่ง ที่มีบทบาทสำคัญมากในการพัฒนาคุณลักษณะทางเพศ การทำงานของระบบสืบพันธุ์ และสุขภาพโดยรวมของทุกเพศ not just “ฮอร์โมนผู้หญิง” อย่างที่มักเข้าใจกัน

เอสโตรเจนเป็น กลุ่มของฮอร์โมนสเตียรอยด์ ที่ร่างกายผลิตขึ้น ส่วนใหญ่จาก

  • รังไข่ (ในคนที่มีรังไข่)
  • เนื้อเยื่อไขมัน
  • อัณฑะ (ในปริมาณที่น้อยกว่า)
  • ต่อมหมวกไต

เอสโตรเจนมีหลายชนิด แต่ที่สำคัญที่สุดคือ #เอสตราไดออล ( #Estradiol )
.
ความสำคัญ

1) พัฒนาคุณลักษณะทางเพศรอง (คุณลักษณะทางเพศทุติยภูมิ) โดยเฉพาะในวัยแรกรุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยเอสโตรเจน เช่น การพัฒนาของเต้านม การขยายของสะโพก การเริ่มมีประจำเดือน การพัฒนาของเยื่อบุโพรงมดลูก
2) ควบคุมรอบเดือนและการตกไข่
เอสโตรเจนช่วยควบคุมการหนาตัวของเยื่อบุโพรงมดลูก และทำงานร่วมกับฮอร์โมนอื่นเพื่อให้รอบเดือนเกิดขึ้น
3) กระดูกและสุขภาพกระดูก ช่วย รักษามวลกระดูกและป้องกันกระดูกพรุน
เมื่อระดับเอสโตรเจนต่ำมาก (เช่น หลังวัยหมดประจำเดือน) กระดูกจะแตกหักง่ายขึ้น
4) สุขภาพหัวใจและหลอดเลือด เช่น เพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL)และ ลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) จึงช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจในบางช่วงวัย
5) อารมณ์ ระบบประสาท และสมอง เช่น การควบคุมอารมณ์ ช่วยเรื่องความจำ คุณภาพการนอน หรือ การตอบสนองต่อความเครียด
6) กระบวนการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น สุขภาพผิว การกระจายไขมัน การทำงานของหลอดเลือด หรือ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

ทำไมเอสโตรเจนจึงสำคัญสำหรับ #ทุกเพศ
แม้ว่าจะมักถูกมองว่าเป็น “ฮอร์โมนของผู้หญิง” แต่ในความเป็นจริง ทุกเพศต้องการเอสโตรเจน เพื่อ

  • ความแข็งแรงของกระดูก
  • การทำงานของสมอง
  • ความสมดุลของฮอร์โมนทั้งหมด
  • การทำงานของระบบสืบพันธุ์ (แม้แต่ในร่างกายที่มีอัณฑะ)

โปรดระลึกไว้เสมอว่า : เวลาที่เราอ่านงานวิจัยทางการแพทย์ (เช่น Case Report) ควรใช้เป็นข้อมูลอย่างกว้างเพื่อทำความเข้าใจ ไม่ใช่นำเนื้อหาไปใช้ตัดสินหรือโต้แย้งตัวตนของใครในชีวิตจริง เพียงเพราะงานวิจัยที่เป็นการอธิบายลักษณะใน #บุคคลอื่น อาจเป็นคนละคนกับคนที่ #ยืนอยู่ตรงหน้าคุณ ควรเข้าใจว่างานวิจัยทางการแพทย์มีจุดประสงค์เพื่อ #ศึกษาข้อมูล #อธิบายปรากฏการณ์ และใช้เป็นแนวทางในการ #ดูแลรักษา ไม่ใช่ใช้เป็นเครื่องมือ #ทำร้ายหรือทำให้ใครรู้สึกด้อยค่า หรือเพื่อบอกว่า #เค้าไม่มีอยู่จริง ทั้งๆที่ยืนอยู่ตรงหน้าคุณ มีเลือดเนื้อและหัวใจ เช่นเดียวกันกับคุณ

.

“ #อินเตอร์เซ็กซ์ ” ในความหมายของเรา คือ ร่มคำที่กว้าง ครอบคลุมทั้งลักษณะที่โดยทั่วไปถือว่าเป็นอินเตอร์เซ็กซ์ และลักษณะที่อาจไม่เป็นที่รู้จักในฐานะนั้น
.
จุดมุ่งหมายคือการให้นิยามกับลักษณะทางกายภาพที่มีมาแต่กำเนิดใด ๆ ที่อยู่ภายใต้คำว่า “ความหลากหลายของคุณลักษณะทางเพศ” ซึ่งโดยทั่วไปหมายถึงลักษณะที่ ปรากฏอยู่ในโครโมโซม อวัยวะเพศภายนอก ต่อมเพศ(อัณฑะ/รังไข่) หรืออวัยวะสืบพันธุ์ภายในอื่น ๆ หรือ ในกระบวนการที่ร่างกายผลิตหรือตอบสนองต่อฮอร์โมน แตกต่างจากสิ่งที่สังคมหรือการแพทย์ถือว่าเป็น “ลักษณะปกติ” หรือ “มาตรฐาน” ของการพัฒนา ลักษณะร่างกายภายนอกปรากฏ หรือการทำงานของร่างกายหญิงหรือชายและมีมาแต่กำเนิด หรืออาจเกิดขึ้นภายหลังในชีวิตโดยเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
.
อินเตอร์เซ็กซ์เป็นเรื่องของ “สเปกตรัม” ซึ่งแต่ละความหลากหลายก็มีสเปกตรัมในตัวเอง ไม่ใช่ทุกคนที่มีลักษณะเหล่านี้จะรู้สึกว่าอยากนิยามตนเองด้วยคำว่า “อินเตอร์เซ็กซ์” แต่อย่างไรก็ดี เราสนับสนุนให้ผู้ที่รู้สึกว่าคำนี้ตรงกับตัวตนของตนเองเลือกใช้อย่างอิสระ เพราะเจ้าของร่างกายเท่านั้นที่จะมีอำนาจนิยาม คำที่ตรงกับตนเองเพื่อกำหนดตนเอง
.
บทความหลัก : interAct

Tags:

Comments are closed