ฮันนา กาบี โอดีล : เส้นทางชีวิตและภารกิจเพื่อสิทธิของผู้มีคุณลักษณะอินเตอร์เซ็กซ์
จุดเริ่มต้นที่ถูกปิดบัง
เมื่อฮันนา กาบี โอดีล เธอถูกระบุเมื่อแรกเกิดให้เป็นเพศหญิงและเติบโตมาในฐานะเด็กผู้หญิง เนื่องจากลักษณะอวัยวะเพศภายนอกเมื่อแรกเกิดของเธอดูเหมือนเด็กผู้หญิง เมื่ออายุเพียงสองสัปดาห์ เธอมีอาการติดเชื้อจนพ่อแม่ต้องพาไปโรงพยาบาลใกล้บ้านเกิดที่เมืองคอร์ไทรค์ ประเทศเบลเยียม ระหว่างการตรวจรักษา แพทย์ได้ตรวจพบ คุณลักษณะที่เรียกทางการแพทย์ว่า กลุ่มอาการไม่ตอบสนองต่อฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen Insensitivity Syndrome หรือ AIS) และเรียกเธอว่า “ลูกชายของคุณ” กับพ่อและแม่ของเธอ เมื่อแพทย์เรียกเธอแบบนั้น สร้างความประหลาดใจให้กับพ่อแม่ของเธออย่างมาก
แพทย์ได้ตรวจพบว่าเธอะมีโครโมโซม XY ตามที่สังคมเชื่อว่าเป็นโครโมโซมของเพศชาย แต่ร่างกายของเธอไม่ตอบสนองต่อฮอร์โมนเพศชาย ทำให้เกิดมาพร้อมอัณฑะที่ซ่อนอยู่ภายในร่างกาย โดยไม่มีมดลูกหรือรังไข่
ครอบครัวของเธอถูกส่งต่อไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และได้รับคำแนะนำแบบเดียวกับที่ครอบครัวผู้มีคุณลักษณะอินเตอร์เซ็กซ์จำนวนมากในยุคนั้นได้รับ นั่นคือ ให้เข้ารับการผ่าตัดแก้ไขร่างกาย และที่สำคัญที่สุดคือให้เก็บเรื่องทั้งหมด #ไว้เป็นความลับ แม้กระทั่งจากตัวเด็กเอง พ่อของเธอเล่าในภายหลังว่าในยุคก่อนอินเทอร์เน็ต ครอบครัวที่อาศัยอยู่ในเมืองเล็ก ๆ แทบไม่มีทางเข้าถึงข้อมูลหรือคำแนะนำอื่นใดเลย ทำให้พวกเขา #รู้สึ_โดดเดี่ยว อย่างมาก
วัยเด็กภายใต้การตรวจรักษา ความเงียบและ #ความลับ
ช่วงปิดเทอมของฮันนาในวัยเด็กจำนวนไม่น้อยหมดไปกับการเข้ารับการตรวจร่างกายซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางครั้งมีนักศึกษาแพทย์เข้ามาสังเกตการณ์โดยที่เธอไม่ได้รับการขอความยินยอมล่วงหน้า
พ่อแม่ของเธอได้รับแจ้งว่าหากไม่ผ่าตัดนำอัณฑะภายในออกก่อนอายุสิบขวบ เธอจะมีความ #เสี่ยงเป็นมะเร็ง ซึ่งภายหลังฮันนาได้อธิบายว่าคำแนะนำเช่นนี้เป็นแนวปฏิบัติทั่วไปในยุคนั้น ที่สะท้อนความไม่สบายใจของสังคมต่อร่างกายที่ไม่เข้ากรอบเพศชายหรือหญิงอย่างชัดเจน มากกว่าจะเป็นความจำเป็นทางการแพทย์
แทนที่จะได้รับคำอธิบายตามจริง เด็กหญิงฮันนากลับถูกบอกเพียงว่าตนมีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะเท่านั้น
การตัดสินใจดังกล่าว ส่งผลให้ฮันนาต้องเข้ารับการผ่าตัดและการบำบัดด้วยฮอร์โมนทดแทนตั้งแต่อายุเพียง 10-11 ขวบ ซึ่งทำให้เธอต้องเผชิญกับสภาวะเข้าสู่ช่วง ”#วัยทอง” ก่อนวัยอันควร (เพราะต่อมผลิตฮอร์โมนเพศของเธอได้ถูกตัดออก) เธอจึงต้องรับการบำบัดด้วยฮอร์โมนทดแทน เช่น “#ยาคุมกำเนิดชนิดอ่อน” ทั้งยังต้องเข้าพบแพทย์หลายท่าน โดยบางครั้งมีการนำนักศึกษาแพทย์เข้ามาสังเกตการณ์ โดยที่เด็กหญิงไม่เข้าใจถึงวัตถุประสงค์ สร้างความสับสนและเป็นภาระทางจิตใจต่อทั้งตัวเธอและครอบครัวที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวภายใต้ความเงียบ
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเธออายุสิบเจ็ดปี ขณะรู้สึกว่าฮอร์โมนที่ต้องรับประทานอยู่ อาจส่งผลเสียต่อร่างกาย เธอบังเอิญได้อ่านนิตยสารวัยรุ่นของเนเธอร์แลนด์ และพบเรื่องราวของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่มีประสบการณ์คล้ายคลึงกับตนเองอย่างมาก “เรื่องราวของเด็กสาวที่ไม่สามารถมีบุตรได้และต้องผ่านการ #ผ่าตัดหลายครั้ง “ เธอจึงติดต่อไปยังนิตยสารและเด็กหญิงคนนั้น ก่อนจะได้เชื่อมโยงกับกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนของผู้มีคุณลักษณะอินเตอร์เซ็กซ์ในเนเธอร์แลนด์ ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เธอรู้สึกว่าตนเองไม่ได้อยู่เพียงลำพังในโลกใบนี้อีกต่อไป ยังมีคนในโลกอีกมากมายที่มีคุณลักษณะคล้ายเธอ
จากแคทวอล์กสู่บทบาทนักเคลื่อนไหว
ก่อนจะถูกค้นพบโดยเอเจนซี่นางแบบในงานเทศกาลดนตรีร็อคที่บ้านเกิด ฮันนา ได้เริ่มไขความจริงเกี่ยวกับร่างกายของตนเองด้วยตัวเธอเอง ต่อมาเธอกลายเป็นนางแบบที่มีผลงานเดินแบบให้กับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Chanel, Givenchy และ Prada รวมถึงเป็นนางแบบแคมเปญให้กับ Mulberry และ Balenciaga
ในปี 2560 (2017) ฮันนาตัดสินใจเปิดเผยต่อสาธารณะว่าตนเองมีคุณลักษณะอินเตอร์เซ็กซ์ ซึ่งถือเป็นก้าวที่กล้าหาญอย่างยิ่งในยุคที่แทบไม่มีบุคคลสาธารณะคนใดเคยเปิดเผยเรื่องนี้มาก่อน แม้เธอจะเคยได้รับแรงบันดาลใจจากนางแบบข้ามเพศอย่างฮารี เนฟ และอันเดรยา เปจิก แต่การเปิดเผยของเธอถือเป็นการบุกเบิกเส้นทางใหม่ในวงการที่ไม่เคยมีผู้ใดเดินมาก่อน
การเปิดเผยตัวตนของเธอไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เพื่อนสนิทและคนใกล้ชิดหลายคน ทั้งดีไซเนอร์ อเล็กซานเดอร์ หวัง และจอห์น สเวียเท็ก สามีของเธอ ต่างเคยได้ยินเรื่องราวนี้มาก่อนหน้าจะเปิดเผยต่อสาธารณะหลายปี และต่างสะท้อนภาพของฮันนาในฐานะผู้หญิงที่ไม่ปล่อยให้เรื่องนี้มากำหนดหรือบั่นทอนความมั่นใจในตัวเอง
ความหมายของคุณลักษณะอินเตอร์เซ็กซ์และสถานการณ์ทางการแพทย์
คำว่า “อินเตอร์เซ็กซ์” เป็นคำเรียกรวมของคุณลักษณะทางกายวิภาคที่หลากหลายกว่า สี่สิบรูปแบบซึ่งบุคคลเกิดมาพร้อมคุณลักษณะทางเพศที่ไม่เข้ากรอบมาตรฐานของเพศชายหรือหญิงอย่างชัดเจน มีการประเมินว่าสัดส่วนของทารกที่เกิดมาพร้อมคุณลักษณะอินเตอร์เซ็กซ์นั้นใกล้เคียงกับสัดส่วนของผู้ที่มีผมสีแดงตามธรรมชาติ
หลายทศวรรษที่ผ่านมา แนวทางปฏิบัติทางการแพทย์ทั่วไปคือการผ่าตัดแก้ไขร่างกายของทารกและเด็กให้เข้ากรอบเพศใดเพศหนึ่งโดย #เร็วที่สุด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะที่เคยดูแลผู้ป่วยอินเตอร์เซ็กซ์ในวัยผู้ใหญ่ระบุว่า แนวคิดเช่นนี้กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากความตระหนักถึง #ผลกระทบ_ระยะยาวที่เพิ่มขึ้น การผ่าตัดจำนวนมากไม่ได้มีความจำเป็นทางการแพทย์ที่เร่งด่วน แต่เป็นการผ่าตัดเพื่อความสวยงามให้เข้ากับบรรทัดฐานทางเพศ ชาย/หญิงเท่านั้น ซึ่งอาจนำไปสู่แผลเป็นถาวร ปัญหาด้านการมีเพศสัมพันธ์ หรือแม้แต่ภาวะวัยทองก่อนวัยอันควรในบางกรณี (คล้ายกับหมดประจำเดือนในหญิง)
เสียงเรียกร้องระดับสากล
ปัจจุบันโอดีลทำงานร่วมกับ interACT: Advocates for Intersex Youth องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในสหรัฐอเมริกาที่ผลักดันสิทธิของเยาวชนผู้มีภาวะอินเตอร์เซ็กซ์ บทบาทของเธอครอบคลุมตั้งแต่การให้สัมภาษณ์สื่อ ผลิตสื่อให้ความรู้ ไปจนถึงการร่วมเดินขบวนในวัน Intersex Awareness Day เพื่อเรียกร้องสิทธิในเนื้อตัวร่างกาย
ข้อเรียกร้องหลักของเธอคือการยุติการผ่าตัดที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนทางการแพทย์ในเด็กที่ยังไม่สามารถให้ความยินยอมได้ด้วยตนเอง โดยเสนอให้เลื่อนการตัดสินใจออกไปจนกว่าเจ้าตัวจะเติบโตพอที่จะเข้าใจและเลือกได้เอง แนวคิดนี้สอดคล้องกับจุดยืนขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งในเดือนมีนาคม ปี 2016 ได้ออกแถลงการณ์ประณามการผ่าตัดอวัยวะเพศในเด็กอินเตอร์เซ็กซ์โดยไม่ได้รับความยินยอม และเรียกร้องให้จัดประเภทการกระทำดังกล่าว เป็นรูปแบบหนึ่งของ #การทรมาน
ฮันนา มักย้ำแนวคิดสำคัญว่า สิ่งที่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงไม่ใช่ร่างกายของผู้มีคุณลักษณะอินเตอร์เซ็กซ์ แต่คือกรอบความคิดแบบเพศทวิลักษณ์ ของสังคมต่างหาก แนวคิดนี้กลายเป็นหนึ่งในข้อความที่ถูกอ้างถึงบ่อยครั้งในแวดวงเคลื่อนไหวด้านสิทธิอินเตอร์เซ็กซ์นับตั้งแต่นั้นมา
ตัวตนที่ไม่ถูกจำกัดด้วยคำนิยาม
แม้จะยอมรับอย่างเปิดเผยถึงสิ่งที่ทำให้ตนเองแตกต่างจากคนทั่วไป เช่น การไม่มีประจำเดือนหรือไม่สามารถมีบุตรทางชีวภาพได้ แต่ฮันนาก็ยืนยันเสมอว่าคุณลักษณะอินเตอร์เซ็กซ์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของตัวตน ไม่ใช่คำนิยามทั้งหมดของความเป็นเธอ เธอมองว่าชื่อเสียงในฐานะนางแบบที่สร้างมาตลอดหลายปีเป็นเวทีที่มีความหมาย สำหรับการส่งต่อกำลังใจให้ผู้คนที่กำลังดิ้นรนกับตัวตนของตนเอง และช่วยทลายอคติที่มีต่อชุมชนอินเตอร์เซ็กซ์ในสังคมวงกว้าง
ฮันนา กาบี โอดีล ในปัจจุบัน เธอเรียกร้องในสามประเด็นหลัก ได้แก่ การยุติการผ่าตัดเด็กอินเตอร์เซ็กซ์โดยปราศจากความยินยอม การคุ้มครองสิทธิในเนื้อตัวร่างกายของบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ และการสร้างความเข้าใจว่าคุณลักษณะอินเตอร์เซ็กซ์เป็นความหลากหลายตามธรรมชาติของมนุษย์ ไม่ใช่ภาวะที่ต้องได้รับการแก้ไข แนวทางเหล่านี้สอดคล้องกับทิศทางที่คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติและสภายุโรปกำลังผลักดันในระดับนานาชาติเช่นกัน
#ฮันนากาบีโอดีล #HanneGabyOdiele #BodilyAutonomy #intersexRights #Intersex