ภาวะ Hypopituitarism (ภาวะต่อมใต้สมองทำงานน้อยกว่าปกติ)
คือภาวะที่ต่อมใต้สมอง (Pituitary Gland) ซึ่งทำหน้าที่เป็น “ต่อมแม่บท” ไม่สามารถสร้างหรือหลั่งฮอร์โมนชนิดใดชนิดหนึ่ง หรือหลายชนิดได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
.
หากขาดฮอร์โมนทั้งหมดทุกชนิด จะเรียกว่า ภาวะต่อมใต้สมองทำงานน้อยกว่าปกติทุกส่วน Panhypopituitarism
.
สาเหตุที่พบได้บ่อย
1. เนื้องอกของต่อมใต้สมอง (Pituitary Adenoma): เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด โดยก้อนเนื้ออาจกดทับเซลล์ปกติจนไม่สามารถสร้างฮอร์โมนได้
2. การรักษาทางการแพทย์: เช่น การผ่าตัดสมอง หรือการฉายรังสี (Radiation Therapy) บริเวณศีรษะ/สมอง
3. การขาดเลือดหรือภาวะเลือดออก: เช่น ภาวะ Sheehan's Syndrome (การตกเลือดหลังคลอดบุตรอย่างรุนแรงจนต่อมใต้สมองขาดเลือด) หรือภาวะ Pituitary Apoplexy
4. การบาดเจ็บที่ศีรษะ (Traumatic Brain Injury): จากอุบัติเหตุรุนแรง
5. มีสาเหตุทางพันธุกรรมบางชนิด
6. สาเหตุอื่น ๆ: เช่น การอักเสบ การติดเชื้อในสมอง (เยื่อหุ้มสมองอักเสบ)
อาการตามชนิดของฮอร์โมนที่ขาด
อาการจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าต่อมใต้สมองทำงานได้น้อยในการสร้างฮอร์โมนตัวใด:
1 Adrenocorticotropic Hormone ACTH (ฮอร์โมนกระตุ้นต่อมหมวกไตส่วนนอก) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Corticotropin : ทำให้เกิดภาวะต่อมหมวกไตทำงานไม่พอ มีอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ความดันโลหิตต่ำ น้ำหนักลด คลื่นไส้ อาเจียน และระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ (ภาวะนี้อาจรุนแรงถึงชีวิตได้หากเผชิญความเครียดหรือการติดเชื้อ)
.
2 Thyroid-Stimulating Hormone TSH (ฮอร์โมนกระตุ้นต่อมไทรอยด์) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Thyrotropin: ทำให้เกิดภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ (Hypothyroidism) มีอาการขี้หนาว น้ำหนักขึ้น ผิวแห้ง ท้องผูก อ่อนเพลีย
.
3 Luteinizing Hormone (ลูทีไนซิง ฮอร์โมน) LH และ Follicle-Stimulating Hormone (ฟอลลิเคิล สติมิวเลติง ฮอร์โมน) FSH ทั้งสองชนิดนี้ เป็นฮอร์โมนในกลุ่มกอนาโดโทรพิน (Gonadotropins) ที่ควบคุมระบบสืบพันธุ์
ผู้หญิง: ประจำเดือนมาไม่ปกติหรือขาดหายไป ร้อนวูบวาบ มีบุตรยาก เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
ผู้ชาย: สมรรถภาพทางเพศลดลง ขนตามร่างกายลดลง กล้ามเนื้อฝีบ มีบุตรยาก
.
4 ฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone : GH):
เด็ก: ตัวเตี้ย เติบโตช้ากว่าปกติ
ผู้ใหญ่: อ่อนเพลีย สะสมไขมันบริเวณหน้าท้อง มวลกล้ามเนื้อและมวลกระดูกลดลง
.
5 Antidiuretic Hormone (หรือมีอีกชื่อเรียกทางเคมี/การแพทย์ว่า Vasopressin)
ในภาษาไทยนิยมเรียกว่า ฮอร์โมนต้านการขับปัสสาวะ หรือ ฮอร์โมนควบคุมปริมาณน้ำในร่างกาย หลั่งจากต่อมใต้สมองส่วนหลัง)
: ทำให้เกิด “โรคเบาจืด” (Diabetes Insipidus) ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ ปัสสาวะปริมาณมาก และหิวน้ำจัดตลอดเวลา
.
การวินิจฉัยและการรักษา
การวินิจฉัย #ต้องไปพบแพทย์ : แพทย์เฉพาะทางระบบต่อมไร้ท่อ (Endocrinologist) ผ่านการตรวจเลือดและปัสสาวะเพื่อวัดระดับฮอร์โมน ร่วมกับการตรวจภาพถ่ายรังสี เช่น MRI หรือ CT Scan บริเวณสมอง/ต่อมใต้สมอง เพื่อหาสาเหตุ
.
การรักษา:
- ทดแทนฮอร์โมน (Hormone Replacement Therapy): รับประทานหรือฉีดฮอร์โมนสังเคราะห์ทดแทนตัวที่ขาด ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะต้องได้รับฮอร์โมนไปตลอดชีวิต
- รักษาที่สาเหตุต้นตอ: หากเกิดจากเนื้องอก อาจต้องใช้การผ่าตัด หรือการฉายรังสีร่วมด้วย
ภาวะต่อมใต้สมองทำงานน้อยกว่าปกติ( Hypopituitarism ) และ Intersex หรือ Differences/Disorders of Sex Development (DSD) มีความเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญในทางต่อมไร้ท่อและพันธุศาสตร์คลินิก [ #หากสืบค้น บทความทางการแพทย์ยังคงต้องสืบค้นจาก ศัพท์ Disorders ]
.
จากฐานข้อมูลทางการแพทย์ระดับสากล เช่น Mayo Clinic, Medscape และ NCBI (National Institutes of Health) เอกสารอ้างอิงทางการแพทย์ระบุถึงความสัมพันธ์ สาเหตุ การวินิจฉัย และแนวทางการดูแลรักษาดังนี้
.
- ความเชื่อมโยงทางพะยาธิวิทยา (Pathophysiology)
ในกระบวนการพัฒนาการของเพศสภาพตั้งแต่เป็นทารกในครรภ์ ต่อมใต้สมอง (Pituitary Gland) มีบทบาทสำคัญในการหลั่งฮอร์โมนกลุ่มควบคุมระบบสืบพันธุ์ ( Gonadotropins ) ซึ่งประกอบด้วย:
.
LH (Luteinizing Hormone)
FSH (Follicle-Stimulating Hormone)
ฮอร์โมนทั้งสองชนิดนี้จะส่งสัญญาณไปกระตุ้นอวัยวะสืบพันธุ์ (#ต่อเพศ Gonads) เพื่อสร้างฮอร์โมนเพศ ( #Testosterone หรือ #Estrogen) หากเกิดภาวะ Hypopituitarism ตั้งแต่ในครรภ์หรือวัยทารกแรกเกิด จะทำให้เกิด Congenital Hypogonadotropic Hypogonadism (CHH) ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกและคุณลักษณะทางเพศรอง (ทุติยภูมิ : เกิดขึ้นเมื่อเข้าสู่ระยะเจริญพันธุ์ ตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป )
.
#ทารกเพศพันธุกรรมชาย (46,XY DSD): หากขาดฮอร์โมน LH/FSH หรือขาด ACTH/Cortisol ตั้งแต่ในครรภ์ จะทำให้ระดับ Testosterone ลดลง ส่งผลให้เกิดภาวะ Atypical Genitalia (อวัยวะเพศภายนอก ไม่สามารถตัดสินได้ว่าเป็น จู๋หรือจิ๋ม ), Micropenis (อวัยวะเพศมีขนาดเล็ก) หรือ Cryptorchidism (อัณฑะไม่ลงถุง)
.
การขาดฮอร์โมนหลายชนิดร่วมกัน (Combined Pituitary Hormone Deficiency – CPHD): ในกรณีที่ต่อมใต้สมองบกพร่องทั้งระบบ ทารกอาจมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำรุนแรง (Hypoglycemia) จากการขาด ACTH/GH ร่วมกับภาวะอวัยวะเพศก้ำกวม ซึ่งเป็น #ภาวะฉุกเฉิน_ทางการแพทย์ ที่ต้องเร่งตรวจวินิจฉัย
.
2. สาเหตุและกลไกทางพันธุศาสตร์ (Etiology & Genetics)
ข้อมูลจาก Medscape และ NCBI Bookshelf ระบุว่า สาเหตุของ Congenital Hypopituitarism ที่สัมพันธ์กับลักษณะ Intersex / DSD มักเกิดจากความแตกต่างของยีนที่ควบคุมพัฒนาการของต่อมใต้สมองและสมองส่วนไฮโปทาลามัส :
.
ความแตกต่างของยีน (Gene Mutation)
.
1 KALL1, FGFR1, PROKR2 (Kallmann Syndrome)
ลักษณะทางคลินิกที่พบ Hypogonadotropic Hypogonadism ร่วมกับภาวะความสามารถในการรับรู้กลิ่น (Anosmia) และอวัยวะเพศเจริญไม่เต็มที่
2 HESX1 (Septo-Optic Dysplasia)
ลักษณะทางคลินิกที่พบ ต่อมใต้สมองฝ่อ, จอตาและเส้นประสาทตาบกพร่อง (Optic Nerve Hypoplasia), สมองส่วนกลางผิดปกติ ร่วมกับภาวะ Panhypopituitarism และ DSD
3 PROP1 / POU1F1 (PIT1)
ลักษณะทางคลินิกที่พบ ขาดฮอร์โมนต่อมใต้สมองหลายชนิด (GH, TSH, LH, FSH, Prolactin) ส่งผลให้ไม่เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ (ไม่มีพัฒนาการคุณลักษณะทางเพศทุติยภูมิ )
4 DAX1 (NR0B1)
ลักษณะทางคลินิกที่พบ สัมพันธ์กับ Congenital Adrenal Hypoplasia และ Hypogonadotropic Hypogonadism ในเพศชาย
.
3. การตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ (Diagnostic Approach)
ตามแนวทางของ Mayo Clinic และ Medscape การวินิจฉัยกรณีสงสัยภาวะ Hypopituitarism ร่วมกับ Intersex/DSD ประกอบด้วย :
- การตรวจฮอร์โมนพื้นฐานและ Stimulatory Tests:
- ตรวจระดับ LH, FSH, Testosterone, Estradiol, Cortisol, ACTH, GH และ TSH
- hCG Stimulation Test: เพื่อประเมินการตอบสนองของอัณฑะในการสร้าง Testosterone
- GnRH Stimulation Test: เพื่อประเมินการทำงานของแกน Hypothalamic-Pituitary-Gonadal (HPG axis)
- การตรวจทางพันธุศาสตร์ (Genetic Testing & Karyotyping):
- ตรวจโครโมโซมเพศ (เช่น 46,XX หรือ 46,XY) ร่วมกับ Single Gene Panel testing / Whole Exome Sequencing เพื่อค้นหาตำแหน่งยีนกลายพันธุ์
- การสร้างภาพวินิจฉัย (Neuroimaging):
- MRI Brain & Pituitary Gland: เพื่อตรวจดูโครงสร้างของต่อมใต้สมอง (Pituitary Stalk, Anterior/Posterior Pituitary) และสมองส่วนไฮโปทาลามัส
- แนวทางการดูแลรักษา (Management & Treatment)
การดูแลรักษาต้อง #อาศัยทีมแพทย์_สหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Team) ได้แก่ กุมารแพทย์โรคระบบต่อมไร้ท่อ, ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ, นักพันธุศาสตร์ และนักจิตวิทยา
- Hormone Replacement Therapy (HRT):
- ให้ฮอร์โมนทดแทนตามประเภทฮอร์โมนที่ขาด (เช่น Hydrocortisone สำหรับ ACTH deficiency, Levothyroxine สำหรับ TSH deficiency)
- ในวัยรุ่น จะมีการใช้ฮอร์โมนเพศ (Testosterone หรือ Estrogen/Progesterone) เพื่อเหนี่ยวนำให้เกิดพัฒนาการเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ (Pubertal Induction)
- การดูแลลักษณะอวัยวะเพศและการระบุเพศ:
- ยึดตามแนวทางปฏิบัติด้านจริยธรรมทางการแพทย์สมัยใหม่ เน้นการทดแทนฮอร์โมนเพื่อสุขภาพทางกายและพัฒนาการ โดยหลีกเลี่ยงการผ่าตัดตกแต่งอวัยวะเพศที่ไม่จำเป็นในวัยทารก เว้นแต่มีข้อบ่งชี้ทางกายภาพหรือทางเดินปัสสาวะ
#งานวิจัย
“Clinical characteristics and genetic expansion of 46,XY disorders of sex development children in a Chinese prospective study” ตีพิมพ์ในวารสารทางแพทย์ Endocrine Connections เมื่อปี 2023 หากต้องการอ่านเพิ่มเติม ดูใน link อ้างอิง
- การศึกษาแบบ Prospective Study: ทำการศึกษาในผู้ป่วยเด็ก 46,XY DSD จำนวน 178 ราย (อายุ ≤ 18 ปี) ระหว่างปี 2016–2022 ณ Shanghai Children’s Medical Center ประเทศจีน
- เป้าหมาย: เพื่อศึกษาลักษณะทางคลินิก (Phenotype) สเปกตรัมทางพันธุกรรม (Genotype) และเปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่างเทคนิคการตรวจยีน Targeted Gene Panel Sequencing (TPS) กับ Whole-Exome Sequencing (WES)
พบว่า
1 ภาวะฮอร์โมนเพศต่ำชนิดส่งผลจากต่อมใต้สมอง (Idiopathic Hypogonadotropic Hypogonadism – IHH): คิดเป็น 21.59%
2 พบยีนใหม่ที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับ DSD (Novel candidate genes): ค้นพบความเชื่อมโยงกับยีน GHR (Growth Hormone Receptor) และยีน PHIP (Pleckstrin Homology Domain-Interacting Protein)
.
จำนวนบุคคลที่อยู่ร่วมกับคุณลักษณะนี้ในประชากร ( #การพบในประชากร )
เฉพาะ ขาดฮอร์โมน LH/FSH ตั้งแต่กำเนิด หรือ Congenital Hypogonadotropic Hypogonadism (CHH) ในบุคคลที่มีโครโมโซม 46,XY
.
- ภาพรวมของ Congenital Hypogonadotropic Hypogonadism (CHH)
ความชุก (Prevalence): ประมาณ 1 ต่อ 4,000 ถึง 1 ต่อ 10,000 คน ในประชากรชาย (หากรวมทั้งสองเพศ สถิติอุบัติการณ์เฉลี่ยจะอยู่ที่ 1 ต่อ 15,000 ถึง 1 ต่อ 50,000 คน โดยพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงประมาณ 3.6 เท่า)
. - สัดส่วนที่จัดเข้าเกณฑ์ 46,XY DSD:
ใน #ทารก_แรกเกิด ที่ถูกกำหนดเป็นชาย ที่มีโครโมโซม 46,XY และมีภาวะ CHH พบว่า ประมาณ 30% – 50% จะแสดงลักษณะทางกายภาพภายนอกที่ไม่ชัดเจน (Atypical Genitalia) หรืออวัยวะเพศเล็ก จนเข้าเกณฑ์การวินิจฉัยทางการแพทย์ว่าเป็น 46,XY DSD
.
เชิงอรรถ
Anosmia อ่านว่า แอน-อส-เมีย ภาษาไทยเรียกว่า ภาวะสูญเสียการรับกลิ่น คือภาวะที่ร่างกายไม่สามารถรับรู้กลิ่นใดๆ ได้เลยอย่างสิ้นเชิง (Complete loss of smell) ซึ่งต่างจากภาวะ Hyposmia ที่เป็นเพียงการได้กลิ่นลดลง
เอกสารและแหล่งข้อมูลอ้างอิงทางการแพทย์ (References)
* Mayo Clinic: Hypopituitarism – Symptoms and Causes / Atypical Genitalia Overview
* Medscape Drugs & Diseases: Pediatric Hypopituitarism & Disorders of Sex Development (DSD) Clinical Presentation
* NCBI Bookshelf / Endotext: Hypopituitarism: Genetics and Clinical Manifestations (NIH)
* NCBI PMC: Disorders of Sex Development: Diagnostic Approaches and Management
* "Clinical characteristics and genetic expansion of 46,XY disorders of sex development children in a Chinese prospective study" ตีพิมพ์ในวารสารทางแพทย์ Endocrine Connections เมื่อปี 2023 PubMed: [PubMed - PMID: 37493574](https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/37493574/) NCBI PMC (อ่านฉบับเต็ม): [PMC10503230](https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10503230/)
* Quigley CA, Hiort O. 46,XY disorders of sexual development [PDF on the Internet]. Endotext; [cited 2026 Sep 17]. Available from: https://www.endotext.org/wp-content/uploads/pdfs/46xy-disorders-of-sexual-development.pdf