แอนเน็ต เนเกซา นักวิ่งชาวยูกันดา
.
ถอดเนื้อหาสัมภาษณ์จาก บทความจาก กรณีของ Annet Negesa กับปัญหา “Sex Testing” ในกีฬาสตรี : รายงานขององค์กรสิทธิมนุษยชน Human Rights Watch
.
เกาหลีใต้คือการแข่งขันชิงแชมป์โลกครั้งแรกของฉัน ฉันมีความสุขมาก ๆ ที่ได้เดินหน้ากับกีฬานี้และก้าวไปสู่อีกระดับหนึ่ง
.
ระหว่างการเตรียมตัวสำหรับโอลิมปิกลอนดอน ฉันกับโค้ชทำงานหนักกันมาก เพื่อทำให้ความฝันของเราเป็นจริง เพราะความฝันของเราคือการเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ตราบใดที่เราเข้ารอบชิงได้ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น
.
ไม่กี่สัปดาห์ก่อนเดินทางไปโอลิมปิกลอนดอน ฉันได้รับโทรศัพท์จากผู้จัดการระดับนานาชาติของฉัน เขาบอกว่าผลตรวจเลือดของฉันมีปัญหา มีปัญหาทางเทคนิค และฉันไม่สามารถไปแข่งขันได้
.
ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนตามธรรมชาติของแอนเน็ตสูงเกินกว่าช่วงที่กำหนดไว้สำหรับนักกีฬาหญิง
.
เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจากสมาพันธ์กีฬาของฉันบอกว่า ฉันต้องอยู่บ้าน ห้ามออกไปไหน และถ้ามีใครถาม ก็ให้บอกว่าฉันบาดเจ็บ ทั้งที่จริง ๆ แล้วฉันไม่เคยมีอาการบาดเจ็บเลย ฉันปกติดี ไม่ได้ป่วย
.
มีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งจาก IAAF (สมาคมสหพันธ์กรีฑานานาชาติ : ชื่อเดิม) พยายามติดต่อฉัน และหลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์ ฉันก็ถูกพาไปที่เมืองนีซเพื่อตรวจร่างกาย พวกเขาวัดทั้งร่างกายของฉัน ให้ฉันเข้าเครื่องเหมือนสแกนร่างกายทั้งหมด และเก็บตัวอย่างเลือดเพิ่มเติมจากฉันอีก
.
ฉันรู้สึกสับสนมาก เหมือนมีคนที่ไม่ยอมพูดกับคุณตรง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เอาแต่สั่งว่า “ทำสิ่งนี้ ทำสิ่งนั้น ทำสิ่งนี้”
.
ต่อมาที่กัมปาลา แอนเน็ตเข้ารับกระบวนการทางการแพทย์ที่เธอคิดว่าจะทำให้เธอกลับไปวิ่งได้อีกครั้ง
.
ฉันไปหาหมอพร้อมกับผู้บริหารจากสมาพันธ์กีฬาแห่งชาติ เพราะเธออยู่กับฉัน คอยพาฉันไปโรงพยาบาล พวกเขาพาฉันเข้าไปในห้องผ่าตัด แล้วบอกว่าจะใช้เพียง #การฉีดยา แต่พอฉันตื่นขึ้นมา ฉันกลับพบว่ามี #รอยผ่าตัด บนร่างกาย
.
ฉันพูดว่า “อะไรนะ! พวกเขาทำบางอย่างที่เราไม่ได้ตกลงกันไว้” และฉันก็กลัวมากจริง ๆ
.
อวัยวะเพศภายใน (#ต่อมผลิตฮอร์โมนเพศ) ของแอนเน็ตถูกผ่าตัดออก
.
กระบวนการดังกล่าว #ไม่สามารถ_ย้อนกลับได้ และทำให้ #ไม่สามารถ มีบุตรได้
.
คนที่อยู่กับฉัน คนที่พาฉันไปโรงพยาบาล คนที่ต้องการให้ฉันทำแบบนั้น หลังการผ่าตัด ไม่มีใครกลับมาหาฉันอีกเลย เพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉันบ้าง ไม่มีใครติดตามอาการเลย
.
ไม่มีใครอธิบายความจริงให้ฉันฟังเลย มันเหมือนกับว่า… พวกเขาหลอกให้ฉันเดินเข้าไปในกับดัก ฉันเรียกมันว่ากับดัก เพราะมันคือกับดักจริง ๆ
.
ฉันใช้ชีวิตอยู่ถึงเจ็ดปีโดยไม่มีอะไรเลย หมายถึงพวกเขาไม่เคยให้ข้อมูลที่ชัดเจนกับฉันว่า หลังการผ่าตัด ฉันจำเป็นต้องเข้ารับการบำบัดฮอร์โมน #ไปตลอดชีวิต เรื่องนั้นหนักหนามากสำหรับฉัน ตลอดเจ็ดปี ไม่มีใครมาหาฉัน ไม่มีใครสนใจเลยว่าฉันอยู่ที่ไหน มันเป็นชีวิตที่แปลกประหลาดมาก
.
กฎควบคุมระดับเทสโทสเตอโรนในกีฬาสร้างผลกระทบที่รุนแรง และส่งผลกระทบอย่าง #ไม่ได้_สัดส่วน ต่อผู้หญิงจากประเทศโลกใต้
.
ทำไมพวกเขาถึงมุ่งเป้าไปที่คนจากซีกโลกใต้มากขนาดนั้น? นั่นแสดงให้เห็นถึงการเลือกปฏิบัติและการเหยียดเชื้อชาติในวงการกีฬา เพราะพวกเราทุกคนก็เป็นมนุษย์ และเป็นผู้หญิงเหมือนกัน สิ่งที่ฉันอยากพูดคือ ขอให้พวกเขาหยุดควบคุมหรือจัดการกับร่างกายของผู้คน หยุดทำให้คนเป็นเหมือนหนูทดลอง เพื่อใช้ทำการวิจัยกับมนุษย์และละเมิดสิทธิมนุษยชน
.
ความฝันของฉันเคยถูกพรากไปจากฉัน แต่ด้วยศรัทธาในพระเจ้า ฉันเชื่อว่ามันจะกลับคืนมา ตอนนี้ฉันกลับมาฝึกซ้อมอีกครั้งแล้ว และกำลังอยู่ในกระบวนการเริ่มต้นใหม่ ฉันกำลังพยายามเพื่อมันอีกครั้ง
.
ฉันต้องต่อสู้เพื่อความฝันของตัวเอง ฉันต้องสู้เพื่อมัน เพราะนั่นคืออนาคตของฉัน ตอนนี้ฉันกำลังมุ่งมั่นกับความฝันที่ถูกพรากไปจากฉันโดยกฎของ IAAF
.
กรณีของแอนเน็ต เนเกซา (Annet Negesa) นักวิ่งชาวยูกันดา เป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญของข้อถกเถียงเรื่อง “ #การตรวจเพศ ” ( #sex_testing ) ในวงการกีฬาระดับนานาชาติ โดยเฉพาะกฎของสมาพันธ์กรีฑาโลก (เดิมคือ IAAF ปัจจุบันคือ World Athletics) ที่กำหนดระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนของนักกีฬาหญิง
.
รายงานขององค์กรสิทธิมนุษยชน Human Rights Watch ระบุว่า กฎดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้หญิง โดยเฉพาะนักกีฬาจากประเทศกำลังพัฒนาในแอฟริกาและเอเชียใต้ ทั้งในด้านร่างกาย จิตใจ สิทธิความเป็นส่วนตัว และสิทธิมนุษยชน
.
ประเด็นสำคัญทางสิทธิมนุษยชน
.
รายงานของ Human Rights Watch ระบุว่า กฎการตรวจเพศในกีฬาลักษณะนี้ก่อให้เกิดปัญหาหลายด้าน ได้แก่
.
1. #การเลือกปฏิบัติ ทางเพศและเชื้อชาติ
นักกีฬาที่ถูกตรวจส่วนใหญ่มักเป็นผู้หญิงจากประเทศโลกใต้ (Global South) และมักถูกตั้งข้อสงสัยจากรูปลักษณ์ภายนอกที่ถูกมองว่า “ดูไม่เป็นผู้หญิงมากพอ”
.
2. #การละเมิดสิทธิ ในร่างกายและความเป็นส่วนตัว
นักกีฬาหลายคนถูกบังคับให้เข้ารับการตรวจร่างกายที่ล่วงล้ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รวมถึงการบังคับให้เลือหวิธี “รักษา” ทางการแพทย์ที่ไม่มีความจำเป็นทางสุขภาพ
.
3. #ผลกระทบ ทางจิตใจ
ผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมากมีอาการซึมเศร้า สูญเสียความมั่นใจ ถอนตัวจากวงการกีฬา และบางรายมีความคิดฆ่าตัวตาย
.
4. ข้อถกเถียงทาง #วิทยาศาสตร์
Human Rights Watch และนักวิชาการจำนวนหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า ยังไม่มีข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนว่า ระดับเทสโทสเตอโรนตามธรรมชาติที่สูงขึ้นทำให้เกิด “ความได้เปรียบที่ไม่เป็นธรรม” ในการแข่งขันกีฬาเสมอไป
.
กฎใหม่ของ World Athletics
.
เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2023 World Athletics ได้อนุมัติระเบียบฉบับใหม่ว่าด้วย “Eligibility Regulations for the Female Classification” และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มีนาคม 2023
.
กฎดังกล่าวกำหนดให้ผู้หญิงที่มีระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนตามธรรมชาติสูงกว่าที่กำหนด รวมถึงผู้หญิงที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีความหลากหลายของลักษณะเพศ (Differences of Sex Development: DSD) บางประเภท จะต้องลดระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนให้เหลือ #ไม่เกิน 2.5 นาโนโมลต่อลิตร (nmol/L) และต้อง #รักษาระดับ ดังกล่าวไว้เป็นเวลา 24 เดือน จึงจะมีสิทธิ์ลงแข่งขันในประเภทหญิงได้ โดย Human Rights Watch ระบุว่า กฎใหม่นี้ #ไม่ได้อาศัย_หลักฐานทางวิทยาศาสตร์_ใหม่ และไม่มีเหตุผลเชิงวิชาการที่ชัดเจนรองรับการปรับเกณฑ์ให้เข้มงวดขึ้น
.
#การบังคับ_ให้เข้ารับการรักษา_ที่ไม่จำเป็น
.
Human Rights Watch เห็นว่า กฎดังกล่าวเป็นการบีบบังคับให้นักกีฬาหญิงต้องเลือกระหว่าง
.
* ยอมรับการรักษาทางการแพทย์เพื่อลดระดับฮอร์โมน
* หรือถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน
.
การรักษาเหล่านี้อาจประกอบด้วยการใช้ยา การรักษาด้วยฮอร์โมน หรือการแทรกแซงทางการแพทย์อื่น ๆ ทั้งที่บุคคลนั้นไม่ได้มีปัญหาสุขภาพ และไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ว่าจำเป็นต้องได้รับการรักษา
.
Human Rights Watch จึงเห็นว่ากฎดังกล่าวเป็นการ บีบบังคับทางอ้อม ( #coercion ) ให้บุคคลเข้ารับการรักษาที่ไม่มีความจำเป็นทางการแพทย์ เพียงเพื่อรักษาสถานะการเป็นนักกีฬา
.
การเฝ้าระวัง #ร่างกาย ของนักกีฬาหญิง
.
องค์กรระบุว่า กฎดังกล่าวไม่ได้กระทบเฉพาะนักกีฬาที่มีระดับฮอร์โมนสูงเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดระบบการเฝ้าระวังร่างกายของ #นักกีฬาหญิง_ทั้งหมด
.
นักกีฬาที่มีรูปลักษณ์หรือบุคลิกลักษณะที่ถูกมองว่า “มีความเป็นชาย” อาจตกเป็นเป้าของการตั้งข้อสงสัย ถูกซุบซิบนินทา หรือถูกเรียกเข้ารับการตรวจเพิ่มเติม แม้จะไม่มีหลักฐานใดบ่งชี้ว่าพวกเธอมีคุณสมบัติไม่ตรงตามเกณฑ์ก็ตาม
.
Human Rights Watch ชี้ว่า ระบบดังกล่าวอาศัยภาพจำเกี่ยวกับความเป็นหญิง และเปิดโอกาสให้เกิดการ #เลือกปฏิบัติ_บนพื้นฐานของ#เพศและเชื้อชาติ
.
ผลกระทบต่อผู้หญิงจากประเทศโลกใต้
.
Human Rights Watch ระบุว่า ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกฎเหล่านี้อย่างไม่ได้สัดส่วน คือผู้หญิงจากประเทศในแอฟริกา เอเชียใต้ และประเทศกำลังพัฒนา
.
งานวิจัยขององค์กรพบว่า #ผู้หญิง_ผิวสี จำนวนมากถูกตั้งข้อสงสัยเพราะรูปร่าง กล้ามเนื้อ หรือรูปลักษณ์ภายนอก ซึ่งสะท้อน #อคติ ทางเชื้อชาติที่แฝงอยู่ในกระบวนการตรวจเพศ
.
องค์กรจึงเห็นว่าการใช้มาตรฐานความเป็นหญิงเช่นนี้มีลักษณะของ “การเลือกปฏิบัติทั้งทางเพศและทางเชื้อชาติ”
.
หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยังไม่มีข้อยุติ
.
Human Rights Watch ชี้ว่า ปัจจุบัน ยังไม่มีฉันทามติทางวิทยาศาสตร์ (scientific consensus) ว่า ผู้หญิงที่มีระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนตามธรรมชาติสูง จะได้เปรียบในการแข่งขันกีฬาทุกประเภท
.
ร่างกายของนักกีฬาแต่ละคน #มีความแตกต่าง_ตามธรรมชาติ_ในหลายด้าน เช่น ความสูง ความยาวของแขนขา ความจุปอด หรือประสิทธิภาพของระบบไหลเวียนโลหิต ซึ่งล้วนส่งผลต่อสมรรถนะ แต่กลับไม่มีการกำหนดข้อจำกัดในลักษณะเดียวกัน
.
นอกจากนี้ แม้ว่า #นักกีฬาชาย จะมีระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน #แตกต่างกันมาก ก็ไม่เคยมีกฎที่กำหนดเพดานระดับฮอร์โมนสำหรับนักกีฬาชายแต่อย่างใด
.
จุดยืนของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC)
.
Human Rights Watch ยังอ้างถึงกรอบนโยบายของ International Olympic Committee ที่ประกาศในปี 2021 เรื่อง Framework on Fairness, Inclusion and Non-Discrimination on the Basis of Gender Identity and Sex Variations
.
IOC ระบุว่า แม้บางชนิดกีฬาอาจจำเป็นต้องประเมินสมรรถนะทางกายเพื่อพิจารณาความได้เปรียบในการแข่งขัน แต่ ไม่ควรมีนักกีฬาคนใดถูกตรวจหรือคัดกรองโดยมุ่งเป้าไปที่เพศ อัตลักษณ์ทางเพศ หรือความหลากหลายของลักษณะเพศของบุคคลนั้น
.
เอกสารอ้างอิง
Human Rights Watch. (2020). Annet’s Story: Women in Sport Face Abusive Sex Testing. สืบค้นจาก Human Rights Watch Video
Human Rights Watch. (2020). “They’re Chasing Us Away from Sport”: Human Rights Violations in Sex Testing of Elite Women Athletes. สืบค้นจาก Human Rights Watch Report
Human Rights Watch. (2020). End Abusive Sex Testing for Women Athletes. สืบค้นจาก Human Rights Watch News Release
Human Rights Watch. (2023). Sex Testing Rules Harm Women Athletes. สืบค้นจาก Human Rights Watch 2023 Update
See less