5 ข้อควรปฏิบัติ สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ต่อผู้ป่วยอินเตอร์เซ็กซ์
ตามที่ปรากฏในรายงาน Advancing Health Equity for Intersex Individuals การขาดความตระหนักรู้เกี่ยวกับความต้องการทางด้านสุขภาพของเด็กและผู้ใหญ่อินเตอร์เซ็กซ์ นั่นมีสาเหตุมาจากการขาดการฝึกอบรมเพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญที่เหมาะสมในบุคลากรทางการแพทย์ที่มีโอกาสต้องเจอและให้บริการแก่กลุ่มคนอินเตอร์เซ็กซ์
เพื่อให้ทุกคนสามารถบรรลุระดับสุขภาพที่ดีที่สุดของตนเอง สอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการ Healthy People 2030 ของกระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ สหรัฐอเมริกา ทางเลือกสุขภาพที่เท่าเทียมสำหรับบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์จะต้องอาศัยแนวทางจากทุกภาคส่วนของสังคม ตั้งแต่ผู้กำหนดนโยบาย ผู้ให้บริการด้านสุขภาพ นักการศึกษา นักวิจัย ผู้ปกครอง ครอบครัว และสมาชิกในชุมชน เพื่อทำความเข้าใจว่าคุณลักษณะทางร่างกายของมนุษย์นั้นเต็มไปด้วยความหลากหลาย และอินเตอร์เซ็กซ์ เป็นหนึ่งในความหลากหลายที่สมบูรณ์ในตัวเอง
รายงาน Advancing Health Equity for Intersex Individuals ได้ให้ข้อเสนอเกี่ยวกับ หลักการปฏิบัติเพื่อให้บริการการรักษาคนอินเตอร์เซ็กซ์ ไว้หลายประเด็น แต่ Thai intersex Rights ขอสรุปออกเป็น 5 ประเด็น ดังนี้
1. เคารพสิทธิในร่างกาย (Bodily Autonomy + Informed Consent) โดยต้องยึดหลักว่า:
– คนอินเตอร์เซ็กซ์มีสิทธิ “ตัดสินใจเกี่ยวกับร่างกายตัวเอง”
– การรักษาที่ไม่เร่งด่วน (non-emergent) ต้องขึ้นอยู่กับ “ความต้องการของตัวบุคคล” ไม่ใช่แพทย์หรือผู้ปกครอง
2. สร้างความไว้วางใจในระบบสุขภาพ
บุคลากรควร “ยอมรับและมองเห็น” คนอินเตอร์เซ็กซ์ทั้งในระบบบริการปกติ และการดูแลเชิงป้องกัน (preventive care) โดยบุคลากรต้อง:
– การให้บริการรักษาที่เข้าถึงได้
– การให้ความยืนยันว่าจะรักษาอย่างมีคุณภาพ
3. ยกระดับการเข้าถึงบริการสุขภาพจิตที่เหมาะสม
เนื่องจากคนอินเตอร์เซ็กซ์หลายมีปมฝังใจจากประสบการณ์ทางการแพทย์ในอดีต ทำให้ต้องมี mental health support ที่เข้าใจ intersex โดยเฉพาะ
4. ส่งเสริมครอบครัวให้ยอมรับเด็กอินเตอร์เซ็กซ์
บุคลากรทางการแพทย์ ควรให้ความสำคัญและเป็นแบบอย่างของแนวทางที่ยืนยันตัวตนอินเตอร์เซ็กซ์ พร้อมทั้งจัดหาแหล่งข้อมูลและช่องทางการสนับสนุนจากเพื่อน (peer support) เพื่อให้เด็กอินเตอร์เซ็กซ์สามารถเติบโตอย่างมีคุณค่าและได้รับการยอมรับ
5. พัฒนาองค์ความรู้และมาตรฐานการรักษาแบบ intersex-affirming
เพิ่มการศึกษาวิจัย เพื่อสร้างมาตรฐานการรักษาที่เหมาะกับอินเตอร์เซ็กซ์ตลอดช่วงชีวิต รวมถึงขยายการจัดเก็บข้อมูลสุขภาพสำหรับบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ตลอดชีวิต เนื่องจากปัจจุบันระบบการจัดเก็บข้อมูลในระดับรัฐและสถาบันส่วนใหญ่ยังไม่รวมข้อมูลเกี่ยวกับอินเตอร์เซ็กซ์ การพัฒนาทั้งองค์ความรู้และระบบฐานข้อมูลจะนำไปสู่การพัฒนานโยบายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
Thai intersex Rights ในฐานะชุมชนและพื้นที่ปลอดภัยของบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ พวกเราเห็นว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การทำงานร่วมกันระหว่างชุมชนอินเตอร์เซ็กซ์ บุคลากรทางการแพทย์ บุคลากรทางการศึกษา และบุคลากรผู้กำหนดนโยบาย เพื่อให้ได้มาซึ่งความเข้าใจพื้นฐานชุดเดียวกันที่จะสามารถนำไปต่อยอดให้เกิดเป็นองค์ความรู้ใหม่เกี่ยวกับอินเตอร์เซ็กซ์ เพื่อพัฒนาบริการต่างๆ เกี่ยวกับการศึกษาวิจัย การรักษาพยาบาล การออกแบบระบบประกันสุขภาพ หรือแม้แต่นโยบายรัฐที่สนับสนุนให้คนอินเตอร์เซ็กซ์สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเท่าเทียมในสังคมได้
Thai intersex Rights พร้อมเป็นสะพาน และฟันเฟืองในการปักหลักข้อมูลความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับอินเตอร์เซ็กซ์ออกสู่สังคมไทย
บทความ: อัส
บรรณาธิการ: พรีส